ปธ.ศาลฎีกาตรวจศาลอุทธรณ์ภาค 6-ศาลนครสวรรค์ ย้ำตุลาการต้องตั้งใจทำหน้าที่ออกคำสั่งตามกฎหมายมาตรฐานเดียวกัน เรียกความเชื่อมั่นประชาชน
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ประธานศาลฎีกา พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมศาลจังหวัดนครสวรรค์ และศาลอุทธรณ์ภาค 6 โดยมีนางมัณทรี อุชชิน ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 และนางสาวทิวานันท์ วังศพ่าห์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตาก ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครสววรค์ พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ
ประธานศาลฎีกาได้ประชุมมอบนโยบายแก่คณะผู้พิพากษา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนผู้ประนีประนอมของศาลจังหวัดนครสวรรค์และศาลอุทธรณ์ภาค 6 พร้อมทั้งรับฟังรายงานผลการดำเนินงานการปฏิบัติตามนโยบายประธานศาลฎีกา และแนวทางการปรับปรุงพัฒนาของศาล หลังจากนั้น ประธานศาลฎีกาได้ทักทาย พูดคุยและรับฟังปัญหาข้อขัดข้องจากคณะผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามส่วนงานต่าง ๆ รวมถึงให้กำลังใจในการปฏิบัติงานและขอให้ทุกคนมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งในการประชุมมอบนโยบายของทั้งสองศาล ประธานศาลฎีกากล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการคดี มิใช่มุ่งเน้นที่การดำเนินกระบวนพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพียงประการเดียว หากแต่ต้องวางระบบการปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพด้วย ดังนั้นการประชุมระดมความคิดวางแผนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้พิพากษาหัวหน้าศาลกับผู้พิพากษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะนำไปสู่แนวทางการบริหารจัดการคดีที่มีคุณภาพ และยังเป็นการลดช่องว่างระหว่างผู้บริหารกับผู้ปฏิบัติงาน นอกจากนี้ การไกล่เกลี่ยก็เป็นแนวทางจัดการคดีให้แล้วเสร็จได้อย่างมีคุณภาพประการหนึ่ง จึงขอให้ผู้พิพากษาให้ความสำคัญและหมั่นพัฒนาทักษะในเรื่องดังกล่าว
และประธานศาลฎีกา ยังกล่าวชื่นชมศาลอุทธรณ์ภาค 6 ที่มีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ และเน้นย้ำว่าการทำคำพิพากษาของศาลชั้นอุทธรณ์ต้องเป็นไปอย่างมีเหตุมีผล ชัดเจน และชอบด้วยกฎหมาย ผู้พิพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่ในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาก็เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบคำพิพากษาก่อนส่งไปอ่านให้คู่ความฟัง จึงต้องมุ่งมั่นตั้งใจทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลังความสามารถ
ทั้งนี้ ประธานศาลฎีกากล่าวด้วยว่า การพิจารณาพิพากษาและการออกคำสั่งต่าง ๆ ของผู้พิพากษา ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักกฎหมายและใช้ดุลพินิจที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อนำมาซึ่งความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนที่มีต่อศาลยุติธรรม






