รพ.ถลาง ชู “THALANG MODEL” ดูแลสูงวัยครบวงจร เผยผลคัดกรองสุภาพ 9 ด้าน ชี้ ปัญหาสายตาครองแชมป์

3.06.23 | 14:01 น.

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 11 เปิดเผยว่า ข้อมูลประชากรของ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต รวม 112,204 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุร้อยละ 13.1 ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรอันดับ 2 ของจังหวัด และมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปี 2563 มี 12,853 ราย เพิ่มขึ้นเป็น 14,786 ราย ในปี 2565 ซึ่งจากข้อมูลของโรงพยาบาล (รพ.) ถลางพบว่า มีการให้บริการผู้สูงอายุเฉลี่ยปีละ 12,508 ราย ล่าสุด ปี 2566 ให้บริการแล้ว 8,568 ราย จึงได้นำแนวคิด “THALANG MODEL” มาขับเคลื่อนงานดูแลผู้สูงอายุแบบไร้รอยต่อ ประกอบด้วย T-Team Work ดูแลผู้สูงอายุจากหน่วยบริการถึงที่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยทีมสหวิชาชีพ รพ.ถลาง, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และทีมเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ H-Health Care Support มีผู้จัดการดูแลผู้สูงอายุ 16 คน และผู้ดูแลผู้สูงอายุ 107 คน ครบทุก รพ.สต. มีทีมสหวิชาชีพ ทีมหมอครอบครัวและแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเป็นที่ปรึกษาในการดูแลสุขภาพทั้งเชิงรับและเชิงรุก จัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุใน รพ.ถลาง บูรณาการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะกลาง ระยะยาว พร้อมดูแลสุขภาพที่บ้านและการดูแลแบบประคับประคอง

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า A-Aging Screening คัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 9 ด้าน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดำเนินการแล้วร้อยละ 89.91 เมื่อพบมีภาวะเสี่ยง จะคัดกรองซ้ำโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหากพบความผิดปกติ จะส่งต่อคลินิกผู้สูงอายุ L-Long Term Care จัดระบบบริการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐานแล้วครบทั้ง 6 ตำบล ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง จำนวน 329 ราย มีแผนการดูแลรายบุคคล (Care plan) ครบ 100% A-Ageing Health Club กระตุ้นการรวมกลุ่มทำกิจกรรม ปัจจุบันมีชมรมผู้สูงอายุ 2 ชมรม ชมรมออกกำลังกายครบทุกตำบล รวม 6 ชมรมและโรงเรียนผู้สูงอายุ 5 แห่ง N-Network มีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุ และ G-Goal : Healthy Aging มีเป้าหมายคือ การมีผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในการดำรงชีวิตตามปกติ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมได้ด้าน นพ.บรรพต ปานเคลือบ ผู้อำนวยการ รพ.ถลาง กล่าวว่า จากการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 9 ด้าน พบว่า ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงด้านการมองเห็นมากที่สุด ร้อยละ 21.46 รองลงมา คือ การเคลื่อนไหวร่างกาย ร้อยละ 17.57 สุขภาพช่องปาก ร้อยละ 15.77 การได้ยิน ร้อยละ 11.80 ความคิดความจำ ร้อยละ 11.64 การทำกิจวัตรประจำวัน (ADL) ร้อยละ 11.32 การกลั้นปัสสาวะ ร้อยละ 8.96 ขาดสารอาหาร ร้อยละ 7.39 และซึมเศร้า ร้อยละ 6.57 ซึ่งทุกรายได้รับการส่งต่อดูแลรักษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ รพ.ยังมีแผนดำเนินงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงด้วยค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มข้น “เพื่อนช่วยเพื่อน” โดยใช้งบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยทีมสหวิชาชีพ ให้ความรู้รายบุคคล เน้นให้เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพ และค้นหาบุคคลต้นแบบ เป็นต้น