วันที่ 20 ธันวาคม 2559 สถานการณ์น้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 18.ธ.ค.59 เป็นต้นมาทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มในหลายอำเภอของ จ.นราธิวาส พบมี 3 อำเภอที่ถูกน้ำท้วมหนัก ประกอบด้วย อ.แว้ง อ.สุไหงปาดี และ อ.เจาะไอร้อง มีระดับน้ำท่วมขังที่ราบลุ่มสูงกว่า 1 เมตร ส่วนบนถนนต่างๆในพื้นที่พบเริ่มมีระดับน้ำท่วมล้นพื้นถนนหลายสาย โดยเฉพาะในช่วงสายของวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมาพบว่าในพื้นที่บ้านตาโงะ ม. 2 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน จำนวนกว่า 50 หลังคาเรือน มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านต้องสร้างสะพานเพื่อเดินข้ามจากถนนเข้าบ้านของตัวเอง เนื่องจากมีระดับน้ำท่วมขังสูงและไหลเชี่ยว
ว่าทีร้อยตรี สมบัติ สิงห์คาร นายอำเภอเจาะไอร้อง หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนจำได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบ พบว่าระดับถนนสูงกว่าระดับของบ้านเรือนจึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงอีกทั้งพบว่าการสร้างถนนภายในหมู่บ้านมีระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิมมากและยังไม่มีการวางท่อเพื่อระบายน้ำอีกด้วย จึงกำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจัดทำโครงการเพื่อวางท่อระบายน้ำใต้พื้นถนนเพื่อเร่งการระบายน้ำที่ท่วมขังให้เร็วขึ้น รวมทั้งยังได้เตรียมให้ชาวบ้านสร้างฝ่ายน้ำล้นเพื่อเก็บกักน้ำและระบายลงพื้นที่ราบให้ช้าลง

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.แว้ง เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้ามาในเขตเทศบาล ส่งผลให้ถนนเกิดน้ำท่วมสูงประมาณ 20 – 30 ซ.ม.รถเล็กยังสามารถใช้สัญจรไปมาได้ โดยเทศบาลได้เร่งขุดและกวาดเศษขยะต่างๆให้ออกจากคูระบายน้ำเพื่อเปิดทางให้น้ำได้ระบายลงคลองให้เร็วขึ้น พื้นที่ อ.สุไหงปาดี เกิดน้ำท่วมฉับพลันที่บริเวณโรงเรียนอิสลามบำรุง ถนนจารุเสถียร ซึ่งเป็นเส้นทางหลัก สุไหงปาดี-นราธิวาส รถเล็กผ่านได้อย่างทุลักทุเล รวมระยะทางกว่า 200 เมตร ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม.บ้านเรือนราษฎรและฐานชุดปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่บางแห่งถูกน้ำท่วมได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
ด้าน นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี และนายเปาซี อุตรสิน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปะลุรู ได้ร่วมกันนำกำลังอาสารักษาดินแดน และชุดหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ออกมาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ขับรถสัญจรไปมาบนถนนเส้นทางพื้นที่น้ำท่วมอีกด้วย

ขณะที่ เมื่อเวลา 15.00 น. นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้มีประกาศแจ้งเตือนอำเภอที่อยู่ติดตลอดแนวชายฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วย อ.เมือง อ.หนองจิก อ.ยะหริ่ง อ.ปะนาเระ อ.สายบุรี และ อ.ไม้แก่น รวม 6 อำเภอให้มีการจัดเวรยามคอยติดตามสถานการและในยามค่ำคืนต้องมีความพร้อมและให้กำนันผู้ใหญ่บ้านออกตรวจตราและกำชับลูกบ้านให้ติดตามสถานการอย่างใกล้ชิด หากกรณีประสบปัญหารุนแรงให้แจ้งนายอำเภอเข้าช่วยเหลือในด้านต่างทันที

ด้านนายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองปัตตานี เดินทางตรวจสภาพผนังปูนสูงกว่ากันคลื่นซัดเข้าท่วมหมู่บ้านแหลมนก ต.บานา อ.เมืองปัตตานี ซึ่งจากสภาพฝนตกหนักและมีคลื่นลม ทะเลหนุนสูงพ้นกำแพงที่ทำป้องกันคลื่นซัดเข้าหมู่บ้าน หลังผู้ใหญ่บ้านแจ้งตั้งแต่เมื่อคืนเกิดคลื่นลมแรงและทะเลหนุนสูงทะลักเข้ามาท่วมในเขตชุมชนและลงในช่วงเช้า ซึ่งการเฝ้าระวังของเวรยังคงรายงานว่าสถานการณ์ยังหน้าเป็นห่วง เนื่องจากเริ่มมีระดับน้ำและคลื่นซัดเข้าหากำแพงและไหลบ่าท่วมอีกครั้ง เกรงว่าหากยังคงมีฝนตกและคลื่นทะเลซัด ประกอบกับน้ำทะเลหนุนเข้ามาจะทำให้มีน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมกำแพงป้องกัน และไหลบ่าเข้าท่วมในเขตชุมชน โดยนายไชยพร ได้สั่งการให้ปลัดผู้เป็นหัวหน้าตำบล กำนันผู้ใหญ่บ้านแหลมนกมีการจัดแผนคอยเฝ้าระวังรับมือกรณีน้ำทะเลหนุนท่วมชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งชาวบ้านในเขตที่กำหนดว่ามีความเสียงถูกน้ำทะเลหนุนท่วมนั้นต้องเข้าไปช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงโดยด่วน

