แม่วอนช่วยลูกสาว ไปนวดแผนไทยในดูไบ อยากกลับบ้าน แต่โดนเจ้านายขังไว้

4.06.23 | 15:58 น.

แม่วอนช่วยลูกสาว ไปนวดแผนไทยในดูไบ อยากกลับบ้าน แต่โดนเจ้านายขังไว้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 มิถุนายน นางปลา (นามสมมุติ) อายุ 59 ปี ชาว ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมด้วย น.ส.ปู (นามสมมุติ) น้า และนายโรเบิร์ต เพื่อนชาวอเมริกัน เดินทางมาพบ พ.ต.ต.เสฎฐวุฒิ ธนพลไพบูลย์ สว.สส.ภ.จ.อุดรธานี เพื่อขอความช่วยเหลือลูกสาวที่ไปทำงานนวดแผนไทย ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แต่ทำงานไม่ไหว อยากกลับบ้าน แต่โดนกักตัวไว้ เพราะเป็นหนี้นายจ้าง 5 หมื่น โดยได้แจ้งความต่อ ร.ต.อ.นิวัฒน์ แจงกระโทก รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา

นางปลาเล่าว่า ลูกสาวชื่อ น.ส.ก้อย อายุ 38 ปี เคยทำงานนวดแผนไทยที่ร้านนวดแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ต่อมาลูกสาวได้รู้จักกับนายหน้าผู้หญิง ชาวกรุงเทพฯ ชักชวนเดินทางไปทำงานนวดแผนไทยที่เมืองดูไบ ค่าเดินทาง 2.5 แสนบาท แต่ลูกสาวไม่ต้องเสียค่าดำเนินการใดๆ นายหน้าผู้หญิง ซึ่งลูกเรียกว่าป้า พาไปทำพาสปอร์ต เมื่อวันที่ 4 เมษายน ประมาณ 10 คน พักอยู่ที่กรุงเทพฯ ประมาณสัปดาห์ วันที่ 12 เมษายน ได้เดินทางไปดูไบ แต่พอไปถึงดูไบลูกสาวต้องทำงานใช้หนี้ หรือแท็กให้นายหน้า 2.5 แสนบาท ทำงานนวดทุกวัน แต่ไม่ได้รับเงินเดือน เจ้าของร้านหักเงินที่ได้รับทั้งหมด

“ระยะแรกทำงานได้ดี แต่ไม่ได้เงิน ได้สอบถามนายหน้าเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม แจ้งว่าลูกสาวเหลือแท็ก 5 หมื่นบาท ระยะหลังไม่มีงานนวด นายหน้าบอกว่าจะให้ลูกสาวไปอยู่ที่ร้านอื่น ซึ่งลูกสาวไม่อยากไป เพราะเกรงว่าจะพาไปขายตัว ลูกสาวไม่ยอมย้ายไปร้านอื่น จึงถูกกักขังไว้ในร้าน”

นางปลาเล่าต่อว่า ลูกสาวจึงได้ส่งข้อความแชตมาขอความช่วยเหลือจากนายโรเบิร์ต เพื่อนชาวอเมริกัน ทำงานเป็นครูสอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งเคยเป็นลูกค้านวดมาก่อน แต่ไม่อยากให้พ่อแม่ และญาติพี่น้องรู้ เกรงว่าจะเป็นทุกข์ แต่นายโรเบิร์ตบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ช่วยเหลือคนเดียวไม่ได้ ต้องแจ้งให้พ่อแม่รู้ เพื่อไปแจ้งตำรวจให้ช่วยเหลือ ลูกสาวจึงให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกับแม่ ซึ่งนายโรเบิร์ตก็ได้โทรแจ้งตน ด้วยความเป็นห่วงลูก เกรงว่าจะถูกนายจ้างขายต่อไปร้านอื่น จึงได้มาแจ้งตำรวจ เพื่อขอความช่วยเหลือ นำลูกสาวกลับบ้าน

Advertisement

ด้าน น.ส.ปู น้าของ น.ส.ก้อย เล่าว่า หลานสาวได้รู้จักกับนายหน้าผู้หญิงทางโซเชียล TikTok ได้ชักชวนไปทำงานนวดแผนไทยที่ดูไบ เสียค่าดำเนินการ 2.5 แสนบาท โดยนายหน้าจะเป็นคนออกเงินค่าดำเนินการทั้งหมดให้ก่อน เมื่อไปถึงหลานสาวต้องทำงานใช้แท็ก 2.5 แสนบาท เงินค่านวดเจ้าของร้านจะเก็บทั้งหมด ผ่านไป 2 เดือน เหลือค่าแท็ก 5 หมื่น วันที่ 3 พฤษภาคม หลานสาวได้ขอความช่วยเหลือผ่านนายโรเบิร์ตมา เพราะเจ้าของร้านจะขายหลานสาวไปให้ร้านอื่น เกรงว่าจะถูกบังคับให้ขายตัว และถูกกักขังไว้ หลานจึงอยากกลับบ้าน ให้ทางบ้านส่งเงินไปให้ 5 หมื่นบาท ไปจ่ายให้เจ้าของร้าน จะได้เดินทางกลับบ้าน แต่ที่บ้านไม่มีเงินส่งไปให้ เกรงว่าหลานจะถูกบังคับขายตัว หรือคิดสั้น จึงมาขอความช่วยเหลือจากตำรวจ

ส่วนนายโรเบิร์ตเล่าว่า ตนเป็นเพื่อนกับ น.ส.ก้อย รู้จักกัน เพราะเคยไปเป็นลูกค้านวดแผนไทย ตนและ น.ส.ก้อย ไปเที่ยวกินดื่มด้วยกัน จนสนิทสนมกัน พอ น.ส.ก้อย ส่งข้อความมาหาเพื่อขอความช่วยเหลือ ตนเห็นเพื่อนเป็นทุกข์ จึงอยากช่วยเหลือ ด้วยการได้แจ้งแม่และญาติให้ทราบ

พ.ต.ต.เสฎฐวุฒิ ธนพลไพบูลย์ สว.สส.ภ.จ.อุดรธานี กล่าวว่า จะได้รวบรวมข้อมูลจากญาติเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือต่อไป