สธ.ผุด 4 ข้อแก้ปัญหาหมอแห่ลาออก เพิ่มค่าตอบแทน-สวัสดิการ-จัดภาระงานให้เหมาะสม ตะลึงบึงกาฬทั้งจังหวัดมีแพทย์แค่ 73 คน ขาดแคลนมากสุดในประเทศ
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัด สธ. แถลงกรณีปัญหาขาดแคลนแพทย์ในระบบสาธารณสุข หลังจากมีกระแสข่าวแพทย์จบใหม่ทยอยลาออกจากราชการ ว่าจริงแล้วๆ ปัญหานี้ยังเกิดขึ้นกับพยาบาล ทันตแพทย์ นักรังสีการแพทย์ และวิชาชีพอื่นๆ ด้วย เป็นประเด็นที่ สธ.มีความขาดแคลนอยู่ ซึ่งต้องขอบคุณทุกวิชาชีพ รวมถึงข้าราชการสาธารณสุข ที่ร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลประชาชน สถานการณ์แพทย์ในระบบที่ขึ้นทะเบียนกับแพทยสภา และแพทยสมาคม ปัจจุบันมี 50,000 – 60,000 คน ในจำนวนนี้ เป็นแพทย์ในสังกัด สธ. จำนวน 24,649 คน คิดเป็นร้อยละ 48 ขณะที่ภาระงานดูแลประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 45 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 75-85 ของประชากรทั้งประเทศ จึงเป็นตัวเลขที่สะท้อนสัดส่วนแพทย์ต่อภาระงาน 1 ต่อ 2,000 คน แต่มาตรฐานของโลกระบุว่า ต้องอยู่ที่ประมาณ 3 ต่อ 1,000 คน ซึ่งไทยยังขาดอยู่มาก
รองปลัด สธ.กล่าวถึงภาระงานของแพทย์ว่า หลักๆ คือ ดูแลผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (UC) ที่เปิดให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ตลอด ซึ่งแตกต่างจากต่างประเทศที่ต้องทำนัด การเข้าถึงยาก การส่งต่อการรักษาก็มีขั้นตอนมาก หากจะเข้าถึงแพทย์ในอาการป่วยเล็กน้อยก็จะต้องจ่ายเงินเอง แต่ประเทศไทยให้บริการได้ตลอด ส่วนนี้จึงทำให้เกิดภาระงานที่หนัก (Work Load) ของแพทย์สังกัด สธ. ทั่วประเทศที่มีเพียง 2 หมื่นคน ทั้งนี้ สธ.ได้สำรวจเวลาปฏิบัติงานของแพทย์ พบว่าแพทย์ทำงานเกิน 64 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถึง 9 แห่ง จาก 117 แห่ง ซึ่งมีการแก้ไขการอยู่เวร ก็ลดลงเหลือ 4 แห่ง, ทำงานเกิน 59 ชั่วโมง 4 แห่ง, เกิน 52 ชั่วโมง 11 แห่ง, เกิน 46 ชั่วโมง 18 แห่ง และเกิน 40 ชั่วโมง 23 แห่ง ซึ่งมาตรฐานของประเทศที่พัฒนาแล้วระบุว่าแพทย์ต้องทำงานต่ำกว่า 40 ชั่วโมง แต่ประเทศเหล่านั้นมีแพทย์มากกว่าแสนคน เราพยายามทำ ก็คงต้องเติมแพทย์เข้าไป เติมการเรียนเข้าไปให้มากกว่านี้
“เมื่อแพทย์อินเทิร์นทำงานเพิ่มพูนทักษะครบ 1 ปี ได้ใบเพิ่มพูนแล้ว แพทยสภาให้สิทธิที่จะลาออกไปเรียนเฉพาะทางได้ จึงมีการออกจากระบบโรงพยาบาลสังกัด สธ. ไปปีละประมาณ 4,000 คน ทำให้เหลือแพทย์ที่ดำรงตำแหน่งจาก 24,000 คน เหลือ 20,000 คน”นพ.ทวีศิลป์กล่าวและว่า ปลัด สธ.ได้ให้แนวทาง 4 ข้อ ในการแก้ไขปัญหา คือ 1.การเพิ่มค่าตอบแทน ที่ผ่านมาก็มีการบรรจุข้าราชการเพิ่มในช่วงโควิด-19 และมีการขอเพิ่มค่าตอบแทนหลังจากที่ไม่ได้เพิ่มเป็น 10 ปี 2.การดูแลสวัสดิการ เช่น ที่พัก สภาพแวดล้อม โดยให้เอาเงินบำรุงที่เหลือจากสถานการณ์โควิด-19 ไปปรับปรุงส่วนนี้ เพราะงบส่วนนี้มักถูกตัดเพราะไม่ได้นำไปใช้กับผู้ป่วย 3.ความก้าวหน้า ได้หารือกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่เป็นผู้กำหนดเรื่องนี้ ซึ่งจะมีการแก้ไขต่อไป ส่วนในเรื่องการลาออกไปเรียน ก็ไม่เคยห้าม ขณะเดียวกัน ก็จะเพิ่มที่นั่งเรียนใน สธ. เข้าไปด้วย และ 4.การจัดภาระงานให้เหมาะสม ให้มีเวิร์ก ไลฟ์ บาลานซ์ (Work life balance) และปรับกรอบอัตรากำลังใหม่ในปี 2565-2569 โดยเพิ่มจาก 24,000 เป็น 35,000 คน ในปี 2569 ซึ่งจะต้องหารือกับ ก.พ.ต่อไป
นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬมีอัตราส่วนแพทย์กับประชากรน้อยที่สุดในประเทศไทย คือ 1 ต่อ 6,000 แพทย์ 1 คนดูแลประชากรประมาณ 6,000 คน ปัจจุบันมีแพทย์ทั้งจังหวัด 73 คน ประชากรมี 4 แสน 2 หมื่นคน แพทย์ 1 คน ดูแลประมาณ 6,000 คน เนื่องจากจังหวัดบึงกาฬอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากพื้นที่อื่น อยู่ห่างไกลจากสนามบิน ห่างไกลความเจริญและสถานการณ์การแพทย์ เป็นมาตั้งแต่ตั้งจังหวัด เมื่อก่อนยิ่งขาดกว่านี้ ปัจจุบันดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังขาดอยู่ เราติด 1 อันดับมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

