อัจฉริยะ ร้องตรวจสอบ อดีตผู้การทางหลวง เจตนาอมเบี้ยเลี้ยงลูกน้องหรือไม่ อ้างเบิกจ่ายอืด

7.06.23 | 12:45 น.

อัจฉริยะ ร้องตรวจสอบ อดีตผู้การทางหลวง เจตนาอมเบี้ยเลี้ยงลูกน้องหรือไม่ อ้างเบิกจ่ายได้ล่าช้า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. รักษาราชการ ผบก.ทล. เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบอดีต ผบก.ทล. หลังมีผู้ใต้บังคับบัญชาร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่ส่อเจตนาไม่สุจริต

นายอัจฉริยะกล่าวว่า ตนรับข้อมูลมาว่ามีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่ไม่ปกติหลายโครงการทำให้ตำรวจทางหลวงทั่วประเทศหลายคนไม่ได้รับเงินจำนวนมาก โดยอ้างว่ามีการเบิกจ่ายเงินได้ล่าช้า นอกจากนี้ตนยังอยากเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเรื่องส่วยสติ๊กเกอร์ให้รอบด้าน และดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งอยากให้ผ่อนปรนกับผู้ประกอบการรถบรรทุกเกินได้ 1-2 ตัน เพื่อป้องกันการเสนอผลประโยชน์

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าทางสมาพันธ์ และสมาคมรถบรรทุก ก็เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วยสติ๊กเกอร์ จนเมื่อเห็นว่ามีผลประโยชน์เยอะจึงตัดออกมาทำเองทำให้เกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่การร้องเรียนให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันยังอยากเรียกร้องให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล และประธานสมาพันธ์รถบรรทุก มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกระทำผิด หรือผู้ที่ขายสติ๊กเกอร์ 46 รูปแบบที่กล่าวถึง เพื่อที่จะได้รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจที่กล้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่กระทำผิดด้วย

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตาชั่งน้ำหนักรถบรรทุกในหลายๆ ด่านตรวจ โดยเฉพาะตั้งแต่จังหวัดสมุทรสาคร ถึงอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ถ้ามีสติ๊กเกอร์ติดหน้ารถจะไม่ต้องตรวจวัดน้ำหนัก แต่หากไม่ติดก็จะถูกตรวจวัดและน้ำหนักมักจะเกินกว่าที่ได้บรรทุกมา บางคันน้ำหนักเกินเพราะผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยก็จะถูกดำเนินคดี เมื่อเรื่องส่งฟ้องอัยการให้มีคำสั่งยึดรถ หากไม่อยากให้ถูกยึดรถก็จะต้องวิ่งเต้นคดี ทำให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องกับการรับส่วย โดยเฉพาะกรมทางหลวงที่เป็นเจ้าของด่านชั่งน้ำหนัก ต้องไปตรวจสอบว่าเครื่องชั่งได้มาตรฐานหรือไม่

Advertisement

สำหรับตำรวจทางหลวงที่เกี่ยวข้องกระทำความผิด นายอัจฉริยะกล่าวว่า มีมากกว่า 10 นาย แต่ยังอยากให้ตรวจสอบไปถึงชุดเฉพาะกิจของกรมทางหลวง 12 ชุด หรือที่เรียกกันว่า “ชุดเฉพาะเก็บ” ว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นอกจากนั้นยังเห็นว่าควรตรวจสอบทั้ง 4 หน่วยงานคือ กรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก จราจรกลาง และตำรวจทางหลวง เพราะหน่วยงานเหล่านี้รับผิดชอบตั้งแต่การตรวจสภาพเสริมแหนบรถก่อนจะบรรทุกน้ำหนักเกินได้ จนไปถึงการตรวจควันดำ หากจะตรวจสอบเฉพาะตำรวจทางหลวงเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรม ส่วนการออกมาเปิดเผยว่าจะย้ายตำรวจทางหลวงให้มาช่วยราชการก่อน คาดว่าจะทำได้เฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับตำรวจในระดับสั่งการได้