หน้าแรก ในประเทศ ชาวบ้านเดือด ...

ชาวบ้านเดือด บุกอำเภอทวงเงินอ้างฝากสอบ ขรก.ท้องถิ่นสูญเงินนับล้าน

7.06.23 | 22:14 น.

ชาวบ้านเดือด บุกอำเภอทวงเงินอ้างฝากสอบ ขรก.ท้องถิ่นสูญเงินนับล้าน

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 มีชาวบ้านที่เป็นผู้เสียหายกว่า 30 คน รวมตัวเข้ามาร้องเรียนว่าพวกตนได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเจ้าหน้าที่ของ อบต.แห่งหนึ่งใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เข้าข่ายฉ้อโกง โดยระบุว่าสามารถฝากสอบเข้าทำงานเป็นข้าราชการท้องถิ่นในตำแหน่งต่างๆ ได้ โดยเสียเงินรายละ 150,000-500,000 บาท

ผู้เสียหายรายหนึ่งบอกว่า ครั้งแรกได้มาบอกว่าจะฝากสอบเป็น ขรก.ให้ได้โดยจะต้องจ่ายเงินให้ 1.5 แสน ก่อนแล้วบอกว่าใกล้จะสอบแล้ว หากต้องการจะได้ตำแหน่งที่ต้องการ จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกหลักแสนบาท สุดท้ายกลับไม่ได้ พอทวงถามก็ผลัดวันไปเรื่อยๆ

ขณะที่ น.ส.ภิรมย์ ก้อนแพง ปลัดอำเภออาวุโสอำเภอพรรณานิคม ได้มารับเรื่อง และนัดผู้เสียหายทั้งหมด มาที่ว่าการอำเภออีกครั้ง ในเวลา 15.00 น.โดยนัดนายอำเภอ, ผกก.สภ. พรรณานิคม นายก อบต.ช้างมิ่ง และ จนท.เจ้าปัญหามาเจอกัน เพื่อหาทางคลี่คลายปัญหา

ต่อมาเวลา 15.00 น.วันเดียวกัน นายยรรยง พรมศร นายอำเภอพรรณานิคม พ.ต.ท.สนั่น คำสีเขียว รอง ผกก.สส.สภ.พรรณานิคม นายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายความ รับมอบหมายจากผู้เสียหาย และสังเกตุการณ์นายอุกฤษณ์ บาลลา นายก อบต.ช้างมิ่ง ปลัดอำเภออาวุโส ท้องถิ่นอำเภอ จนท.ท้องถิ่นที่ถูกกล่าว และผู้เสียหายกว่า 30 ราย ได้มาพูดคุยชี้แจงกัน โดยนายอำเภอได้ให้ผู้ร้องเรียนกล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และ จนท.ท้องถิ่นที่ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงว่า กองทุนขยะนั้นสามารถชี้แจงได้ เพราะได้รายงานไปยัง ปปช.สกลนครแล้วเพราะโดนร้องเรียน โดยที่ประชุมเห็นว่าควรไปตรวจสอบสมุดรายรับรายจ่ายก่อนเพื่อหาข้อเท็จจริง

Advertisement

นายยรรยง พรมศร นายอำเภอพรรณานิคม กล่าวอีกว่า ประเด็นเข้าข่ายลักษณะฉ้อโกงกับ จนท.ท้องถิ่นที่ถูกกล่าวหาว่าจริงไหมที่รับเงินจากผู้เสียหายเพื่ออยากฝากเป็น ขรก. โดยยอมรับว่าจริง แต่ตนเองไม่มีหน้าที่ในการรับ ขรก. แต่ได้ส่งเงินให้กับคณะทำงานของปลัดกระทรวงมหาดไทยรายหนึ่ง โดยได้ค่าแนะนำรายละ 50,000 บาท ทนายสมเกียรติฯ ได้ซักถาม จนท.ท้องถิ่นที่ถูกกล่าวหาว่า เงินที่ผู้เสียหายได้จ่ายไปนั้น จะชดใช้คืนอย่างไร โดย จนท.ดังกล่าว บอกว่าตนก็พยายามสอบถามเงินคืน เพราะฝากงานไม่สำเร็จ และจะรีบทยอยเคลียร์ปัญหา

ทนายสมเกียรติ ได้ซักถามต่อว่ามีการโยกย้ายถ่ายเทสินทรัพย์ไปที่อื่นหรือไม่ ผู้ถูกกล่าวหาตอบว่าไม่จริง เงินที่ได้มาก็นำไปมอบให้กับคณะทำงานฯไปแล้ว จึงไม่มีคำตอบว่าจะชดใช้อย่างไร แต่ยืนยันจะพยายามชดใช้ทีละรายไป ทั้งหมดจึงทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่ากลุ่มฝากงานมีกี่ราย งานกู้ยืม เงินซื้องานรับเหมาที่ จะต้องชดใช้โดยให้ผู้เสียหายไปแจ้งความที่เกี่ยวกับคดี เพื่อที่จะฟ้องร้องหากมีการบิดพริ้ว

ขณะที่ ชาวบ้านในอำเภอพรรณานิคม กว่า 20 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนขยะ ของ อบต.แห่งหนึ่ง กว่า 1 พันคน ได้มาร่วมร้องสมทบว่าไม่มีความโปร่งในในเรื่องดังกล่าว ซึ่ง จนท.ท้องถิ่นคนดังกล่าวยืนยันตรวจสอบได้ถึงที่ไปที่มา อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำ จ.สกลนคร ได้รับรายงานทางวาจาแล้ว เบื้องต้นได้ แนะนำให้ผู้เสียหายเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนที่เกิดเหตุนั้นๆ แล้วเข้ามาร้องเรียนที่ ปปช.สกลนคร เพื่อดำเนินการที่เกี่ยวข้อง และรายงานไปยัง ผวจ.สกลนคร ในการดำเนินการต่อไป

ด้าน นายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายความ กล่าวว่า จากการที่ยอมรับสภาพหนี้แล้วโดยมีสักขีพยาน เรื่องนี้หากเจ้าตัวเกิดเบี้ยวขึ้นมาโดยไม่ชดใช้ให้กับผู้เสียหาย ก็สามารถที่จะฟ้องร้องได้ เพราะเจ้าตัวก็รับสารภาพว่าไม่มีการฝากงานจริง ไม่มีการซื้อขายงานจริง และแนะนำผู้เสียหายให้ดำเนินคดีทางกฎหมายนอกเหนือจากที่ตกลงกันวันนี้