‘ราชทัณฑ์’ แจง ระเบียบใหม่ปฏิบัติต่อผู้ถูกกักขัง ‘อธิบดี’ ไม่มีอำนาจสั่งติดคุกนอกเรือนจำ

8.06.23 | 11:32 น.

‘ราชทัณฑ์’ แจง ระเบียบใหม่ปฏิบัติต่อผู้ถูกกักขัง ‘อธิบดี’ ไม่มีอำนาจสั่งติดคุกนอกเรือนจำ ชี้ทำตามคำพิพากษาศาล

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษก ประจำกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณี ที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกระเบียบราชทัณฑ์ต่อผู้ถูกคุมขัง 2566 เปิดช่องให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้ขาดย้ายผู้ถูกคุมขังนอกเรือนจำ สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนถึงอำนาจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ โดยเนื้อหาของข่าวมีส่วนที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสาระสำคัญและผลบังคับใช้ของระเบียบดังกล่าว นั้น

นายสิทธิกล่าวว่า ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกัน พ.ศ.2566 ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2510 เพื่อกำหนดขั้นตอนและวิธีการดูแลสวัสดิภาพของ “ผู้ถูกกักกัน” ตามกฎหมาย โดยมาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 แห่งประมวลกฎหมายอาญา กำหนดให้ใช้วิธีการกักกันกับผู้ที่เคยถูกศาลพิพากษาให้จำคุกหรือกักกันมาแล้ว และศาลเห็นว่า ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย ซึ่งหากผู้นั้นยังมีโทษจำคุกหรือกักขังที่จะต้องรับอยู่ก็ให้จำคุกหรือกักขังเสียก่อน และให้นับวันถัดจากวันที่พ้นโทษจำคุกหรือพ้นจากการกักขังเป็นวันเริ่มกักกัน ดังนั้น “การกักกัน” จึงมิใช่การจำคุกนอกเรือนจำแต่อย่างใด แต่เป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่ศาลอาจมี คำพิพากษาเพิ่มเติมจากโทษทางอาญาที่ลงแก่จำเลย

ส่วน “ผู้ต้องขัง” ซึ่งเป็นผู้ต้องโทษจำคุกตาม คำพิพากษาถึงที่สุดของศาล จะต้องถูกควบคุมตัวไว้ ในเรือนจำตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนดปัจจุบันกรมราชทัณฑ์มีผู้ถูกกักกันอยู่ในความดูแล จำนวน 57 ราย (ชาย 51 รายหญิง 6 ราย) และจากสถิติที่ผ่านมาส่วนใหญ่ ผู้ถูกกักกันเป็นบุคคลจรจัด ไร้บ้าน ทำความผิดซ้ำในคดีลักทรัพย์ (ลักเล็กขโมยน้อย) เป็นหลัก

นายสิทธิกล่าวทิ้งท้ายว่า ในปัจจุบันพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2566 กำหนดให้กรมราชทัณฑ์เป็นผู้รับผิดชอบในการบังคับตามคำสั่งคุมขังภายหลังพ้นโทษหรือคำสั่งคุมขังฉุกเฉินตามที่ศาลกำหนด

Advertisement

โดยให้นำพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2510 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ด้วยเหตุนี้ กรมราชทัณฑ์จึงจำเป็นต้องประกาศใช้ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกัน พ.ศ.2566 เพื่อให้มีมาตรการในการดูแลสวัสดิภาพของผู้ถูกกักกันและบุคคลที่ถูกศาลสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษหรือคำสั่งคุมขังฉุกเฉินให้เกิดความเหมาะสมและอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน

ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนอย่างหลงเชื่อข่าวลือที่เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องผ่านเพจประชาสัมพันธ์ของกรมราชทัณฑ์