‘บิ๊กโจ๊ก’ พบอธิบดี​อัยการคดีอาญาปรึกษาสำนวน ‘แอม ไซยาไนด์​’ ส่งสำนวนสัปดาห์หน้าพร้อมทนายพัช-รองอ๊อฟ

8.06.23 | 13:20 น.

‘บิ๊กโจ๊ก’ พบอธิบดี​อัยการคดีอาญาปรึกษาสำนวน ‘แอม ไซยาไนด์​’ เตรียมส่งสำนวนสัปดาห์หน้าพร้อมทนายพัช-รองอ๊อฟ ฝั่ง ‘ปรีชา’ อธ.อัยการตั้งคณะทำงานพิจารณารอบคอบรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางเข้าพบ นายปรีชา สุขสงวน อธิบดีสำนักงานคดีอาญาและพนักงานอัยการในคณะทำงาน ในคดีแอม ไซยาไนด์ เพื่อหารือการทำสำนวนคดี นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีการเข้าหารือกับ นายปรีชา อธิบดีสำนักงานคดีอาญาใช้เวลาประมาณ 30 นาที

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวภายหลังเข้าหารือว่า การพบกับอธิบดีในวันนี้เป็นการหารือเพื่อวางแผนในการทำสำนวนคดีของแอม ไซยาไนด์ ให้มีความรัดกุมรอบคอบ และกระชับในเรื่องของระยะเวลาขั้นตอนในการพิจารณาสำนวนเพื่อให้สามารถสั่งคดีได้อย่างรวดเร็ว เพราะทุกครั้งพนักงานสอบสวนกว่าจะมีการส่งสำนวนคดีให้กับพนักงานอัยการก็กินระยะเวลาฝากขังไปจนถึงครั้งที่ 5-6 จะส่งผลกระทบไปถึงพนักงานอัยการที่มีเวลาให้ตรวจสอบสำนวนน้อยเกินไป

เบื้องต้นจากการพูดคุยในวันนี้ทำให้ทราบว่าทางอธิบดีอัยการมีการสั่งตั้งคณะทำงานของพนักงานอัยการเพื่อใช้ในการทำงานในสำนวนคดีนี้ขึ้นเป็นพิเศษหนึ่งชุด โดยพนักงานอัยการชุดนี้จะทำหน้าที่ในการพิจารณาสำนวนคดีนี้โดยเฉพาะเพื่อทำให้ระยะเวลาในการตรวจสำนวนของพนักงานอัยการมีความรวดเร็วเพิ่มมากขึ้น และในส่วนของพนักงานสอบสวนคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีทั้งหมดทั้ง 15 คดีที่แบ่งเป็นคดีฆาตกรรม 14 คดีและแบ่งเป็นคดีพยายามฆ่า 1 คดี จะสามารถส่งพนักงานอัยการได้ภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ยังรวมถึงการดำเนินการทางคดีกับคนสนิททั้งสองคนคืออดีตสามีที่เป็นตำแหน่งรอง ผกก.และทนายความคนสนิทร่วมด้วย โดยหลังจากนี้เมื่อมีการส่งสำนวนคดีของแอมให้กับพนักงานอัยการแล้วทางตำรวจก็มีการขยายผลดำเนินการในเรื่องของเว็บพนันออนไลน์ที่แอมมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะผู้เล่น รวมถึงตัวยาไซยาไนด์ ที่เบื้องต้นต้องมีการจัดการกับทางโรงงานและเจ้าหน้าที่ของกรมโรงงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการละเลยจนทำให้เกิดการเสียหายเกิดขึ้น

รอง ผบ.ตร.ยังระบุยืนยันอีกว่าทั้งนี้ในส่วนของตัวแอมโทษสูงสุดที่ต้องได้รับในครั้งนี้คือประหารชีวิต เนื่องจากมีการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ ต่างข้อหา และถูกแจ้งข้อหา​จำนวนมาก ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อหาที่ถูกแจ้งจะมีมากถึง 80 ข้อหา ตามที่สื่อมวลชนมีการนำเสนอหรือไม่ เพราะตนเองจำไม่ได้ต้องกลับไปตรวจสอบก่อน แต่โดนไปหลายสิบข้อหาแน่ๆ ในส่วนของโทษสูงสุดคือการประหารชีวิตเว้นแต่ว่าตัวผู้ต้องหาจากไปให้การรับสารภาพหรือชั้นการไต่สวนซึ่งโทษก็จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลอีกครั้ง

Advertisement

ทั้งนี้ในส่วนของตัวทนายความเบื้องต้น ขณะนี้ยืนยันยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเหยื่อ ซึ่งข้อหาที่ดำเนินการยังคงอยู่ในเรื่องของการปลอมแปลงเอกสารและร่วมกันทำลายหลักฐานในคดี ซึ่งการดำเนินการหลังจากที่มีการส่งสำนวนให้กับพนักงานอัยการแล้วทางตำรวจจะมีทำหนังสือไปถึงสภาทนายความเพื่อให้พิจารณามรรยาททนายความอีกครั้ง