จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประตูทางผ่านในการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีทางหลวงสายสำคัญที่ตัดผ่านตัวเมืองฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย ทางหลวงหมายเลข 304 ทางหลวงหมายเลข 3200 ทางหลวงหมายเลข 314 และทางหลวงหมายเลข 315 ปัจจุบันมีปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากเส้นทางมีเขตทางจำกัด ไม่สามารถที่จะขยายช่องทางจราจรเพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นได้
กรมทางหลวง จึงมีแนวคิดที่จะก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นเส้นทางเลือกสำหรับผู้เดินทางเสริมโครงข่ายการคมนาคมขนส่งทางถนนของจังหวัดฉะเชิงเทราให้มีความสมบูรณ์ ลดปัญหาการจราจรติดขัดบนเส้นทางเชื่อมโยงที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดของการเดินทางในเขตตัวเมืองฉะเชิงเทรา ทำให้การเดินทางและขนส่งสินค้ามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายกิตติพันธุ์ โรจนชีวะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างทางแนวใหม่ สายเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา (ครั้งที่ 3 ) โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ผู้แทนส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สื่อมวลชน และพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าร่วมประชุม กว่า 500 คน ณ ห้องบุษราคัม ชั้น 2 โรงแรมแกรนด์ รอยัล พลาซ่า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

ด้านนายกิตติ ทรัพย์ประสม วิศวกรโยธาชำนาญการ กรมทางหลวง กล่าวว่า พื้นที่โดยรอบตัวเมืองฉะเชิงเทรานี้ มีความสำคัญทั้งทางด้านสังคมและประวัติศาสตร์ มีแหล่งโบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จำนวนมาก รวมทั้งบริเวณพื้นที่ศึกษามีสภาพนิเวศที่ต่อเนื่องกับแม่น้ำบางปะกงที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้าง บริษัทเทสโก้ จำกัด บริษัทเชนี่ เอนจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัทอินฟรา พลัส คอนซัลติ้ง จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น พร้อมเสนอแนะมาตรการลดผลกระทบพื้นที่ศึกษาครอบคลุมทั้งด้านเหนือ และด้านใต้ของตัวเมืองฉะเชิงเทรา ผ่านเขตปกครองใน 4 อำเภอ 18 ตำบล

“กรมทางหลวงตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงได้กำหนดให้มีแผนงานและกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนควบคู่กับการดำเนินงานศึกษาตลอดทั้งโครงการ และเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลตั้งแต่ต้น กรมทางหลวง ได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งสิ้น 5 ครั้ง โดยเป็นการประชุมสัมมนา 3 ครั้ง และประชุมกลุ่มย่อย 2 ครั้ง การประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมสัมมนาครั้งที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผลการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชนของโครงการให้กลุ่มเป้าหมายรับทราบ และเปิดโอกาสมีส่วนร่วมในการให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการศึกษาในทุกๆด้านของโครงการ ซึ่งจะนำไปประกอบในการดำเนินการศึกษากำหนดรูปแบบโครงการที่เหมาะสมที่สุด เกิดประโยชน์สูงสุด มีผลกระทบน้อยที่สุด” นายกิตติ ระบุ

