เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ตลิ่งชัน) นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ อดีต ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความยื่นฟ้องนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ว่าที่ ส.ส.เพื่อไทย, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากบุคคลทั้ง 3 ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและร่วมกันจัดทำรายงานอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้นายอนุรักษ์ โจทก์ได้รับความเสียหายถูกกล่าวหาและตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
นายอนุรักษ์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวไม่ใช่การฟ้องเพราะไม่ยอมรับผลคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ตัดสินจำคุกตนเอง 6 ปี ในคดีเรียกรับเงินนายศักดิ์ดา ที่ตัดสินไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ที่ตนมาฟ้องครั้งนี้ เพราะในการพิพากษาครั้งนั้นปรากฏข้อเท็จจริง 2 ข้อ ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการใส่ร้ายกล่าวหาให้ตนได้รับความเสียหาย ประเด็นแรกคือการที่นายศักดิ์ดา บอกว่ากรมทรัพยากรน้ำบาดาลไม่เคยทำงบประมาณต่ำกว่า 5 แสนบาทนั้นไม่เป็นความจริง เพราะกรณีพิพาททั้งหมดมาจากโครงการงบประมาณต่ำกว่า 5 แสนบาท และประเด็นที่ 2 คือการที่นายศักดิ์ดา ทำรายงานว่านายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ถูกเรียกรับเงินจากตนด้วยโดยนายภาดล มาเบิกความต่อศาลแล้วว่าไม่เป็นความจริง ไม่เคยถูกตนเรียกรับเงิน ดังนั้นการที่นายศักดิ์ดา เขียนรายงานเท็จ ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าตนเรียกรับเงินจากคนหลายคน ทำให้เสียหายถูกดำเนินคดีจริยธรรม จนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ลงเลือกตั้งไม่ได้ และคดีอาญาก็ทำให้ถูกตัดสินจำคุก ดังนั้นเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงชัดเจนแล้วว่าประเด็นใดไม่เป็นความจริง ตนจึงต้องการฟ้องกลับกับนายศักดิ์ดา ส่วนนายจตุพร และนายวราวุธ สาเหตุที่ถูกฟ้องด้วย เนื่องจากเป็นผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจลงนามในเอกสารที่นายศักดิ์ดา รายงานขึ้นมาโดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือเรียกนายภาดล มาสอบถามว่าถูกเรียกรับเงินด้วยหรือไม่ ทั้งนี้สำหรับคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แม้จะถูกพิพากษาจำคุกแต่คดียังไม่สิ้นสุด โดยขณะนี้ตนอยู่ระหว่างเตรียมยื่นอุทธรณ์คดีต่อ ส่วนหลังจากนี้วันที่ 12 มิ.ย. ตนจะลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการสร้างบ่อน้ำบาดาล 6 จุดในจังหวัดมุกดาหาร ว่าถูกต้องตามแบบหรือไม่ หลังจากนายภาดล ส่งมอบแบบแปลนการสร้างมาให้ตนเองแล้ว โดยหากก่อสร้างไม่ตรงแบบ ก็จะถือว่ามีความผิด เบื้องต้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้รับคำฟ้องไว้เพื่อกำหนดวันนัดฟังคำสั่งต่อไป

