สมาคมผู้เลี้ยงสุกรใต้โวยราคาสุกรดิ่ง รายย่อยขาดทุนสะสมยับ มติให้ลดแม่พันธุ์ 4,000 แม่ ป้องกันหมูล้นตลาด ขนไปยังภาคกลางวัน 8,000 ตัว ลดแม่พันธ์ุ 4 พันแม่
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม นายสมยศ เพชรา กรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ รายย่อย รายเล็ก และขนาดกลาง ได้รับผลกระทบจากราคาสุกรที่ทยอยลดลง ตั้งแต่เริ่มช่วงเทศกาลกินเจ ราคาที่ 55-56 บาทต่อ กก. ลดลงจากต้นปี 2559 ราคาเคลื่อนไหวที่ 60-70 บาท ต่อ กก. สาเหตุเพราะมีปริมาณสุกรสะสมเพิ่มขึ้น จนเกินความต้องการของตลาด
“ตลาดในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ รองรับได้วันละประมาณ 5,000 ตัว แต่สุกรเข้าสู่ตลาดประมาณวันละ 5,500 ตัว ประสบภาวะขาดทุนตัวละ 400-500 บาท และขณะนี้อยู่ระหว่างขาดทุนสะสม” นายสมยศ กล่าว และว่า จากการประชุมสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ ที่ประชุมได้มีการขอร้อง ให้ผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ ขนส่งสุกรหรือหมูขุนไปยังตลาดภาคกลางวันละ 8,000 ตัว ตั้งแต่เดือน ธ.ค.59-ม.ค.60 จากที่เคยส่งอยู่เดือนละ 12,000 ตัว ลดปริมาณของสินค้าล้นตลาดออก เพื่อให้สุกรเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงเทศกาลตรุษจีน ประมาณเดือน ก.พ.60 และให้มีการลดแม่พันธุ์สุกร 4,000 ตัว เพื่อให้มีปริมาณสอดรับและความต้องการของตลาด
นายศักดิ์สิทธิ์ โอวรารินทร์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ กล่าวว่าจากสถานการณ์สุกรราคาถอดถอยลง ทางสมาคมฯ จึงได้มีการประชุมร่วมกัน โดยมีมติ และวางแนวทางโดยในระยะยาว ให้บริษัทผู้เลี้ยงสุกรลดจำนวนฝูงลง 4,000 แม่พันธ์ โดยแต่ละบริษัท ลดตามอัตราส่วนที่เลี้ยง และระยะสั้น ภายใน 2 เดือน ให้มีการขนสุกรออกจากภาคใต้ 8,000 ตัว
นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า สมาคมมีโครงการกระตุ้นการบริโภค โดยร่วมกับกรมการค้าภายใน พาณิชย์จังหวัด กรมปศุสัตว์ จัดกิจกรรมหมูธงฟ้าในภาคใต้ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ตรัง มีบริษัท ซีพี. บริษัท เบทาโกร บริษัทภาคใต้ค้าสัตว์ บริษัท ช.เกษตรรุ่งเรือง บริษัทตรังวัฒนา ฯลฯ เข้าร่วม โดยจำหน่ายในราคา 89 บาท ต่อ กก.

