‘ชัชชาติ’ พร้อมนับบัตรเลือกตั้งใหม่ ลั่น 6,000 หน่วยก็นับมาแล้ว กล้องเก็บข้อมูลไว้เพื่อการนี้-สัญจรเขตหลักสี่ ชี้มีปัญหา ‘ซ่อมถนน’ ฝาก รบ.ใหม่ทบทวน ‘คำนวณภาษี’ หลังรายเล็กเสียเปรียบ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ชั้น 3 สำนักงานเขตหลักสี่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายตกานต์ สุนนทวุฒิ ส.ก.เขตหลักสี่ นางสมฤดี ลันสุชีพ ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ และคณะ ร่วมกิจกรรม “ผู้ว่าฯกทม. สัญจรเขตหลักสี่” เพื่อประชุมเรื่องการบริหารจัดการ ปัญหาการปฏิบัติงานของสำนักงานเขต รับฟังปัญหาและอุปสรรคการปฏิบัติงาน รวมถึงความก้าวหน้าในการดำเนินการตามนโยบายผู้ว่าฯกทม. และผลการดำเนินการทราฟฟี่ฟองดูว์
นายชัชชาติเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ปัญหาของพื้นที่เขตหลักสี่คือเรื่องคมนาคม ซึ่งมีถนนสายหลัก 4 เส้นคือ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนงามวงศ์วาน ถนนกำแพงเพชร โดยถนนของ กทม.ที่รับผิดชอบมีเส้นเดียวคือ ถนนงามวงศ์วาน ทำให้การกำกับดูแลการก่อสร้างบนถนนเส้นอื่นทำได้ยาก อย่างถนนแจ้งวัฒนะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งไม่ใช่โครงการของ กทม.ทำให้มีประชาชนร้องเรียนเรื่องถนนและทางเดินเท้าเป็นจำนวนมาก โดย กทม.จะประสานกับหน่วยงาน รัฐบาลชุดใหม่ ต้องเน้นประสานงานระหว่างหน่วยงานมากขึ้น ซึ่งเมื่อวานมีเหตุการณ์ถนนรามอินทราทรุด ก็เกิดจากการก่อสร้างบ่อพักสายไฟของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
“เมื่อวานเชิญรองอธิบดีกรมทางหลวง รองผู้ว่าการ รฟม. มาเดินดูด้วยกันให้เห็นปัญหา ในอนาคตการร่วมมือต้องเข้มข้นขึ้น โดย กทม.จะเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหา” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวเสริมว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ โดยเฉพาะคลองเปรมประชากร ที่ยังมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำริมคลอง ประมาณ 1,600 หลังคาเรือน โดยชาวบ้านบางส่วนยังไม่ย้ายขึ้นไปอยู่บนที่ดิน ทำให้สร้างเขื่อนได้ช้า และขุดลอกคลองยาก เพราะจะทำให้บ้านสไลด์ลงได้

ด้านภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เก็บได้เพิ่มขึ้นจากภาษีโรงเรือน แต่ที่มาของรายได้แตกต่างกัน ผู้ประกอบการเสียภาษีเยอะ แต่ปัจจุบันกลายเป็นคนมีที่ดินจ่ายภาษีเยอะ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีการปรับเกณฑ์การคำนวณใหม่ ทำให้ที่ดินของศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เดิมมีการเก็บภาษีได้ 56 ล้านบาท แต่ในปีนี้เหลือ 25 ล้านบาท
“ส่วนที่ดินประเภทเดียวกันแต่ขนาดเล็กกว่า เสียภาษีเพิ่มขึ้น เช่น ที่ดินเอกชนรายหนึ่งเดิมเก็บภาษี 2.6 ล้านบาท แต่ปีนี้เก็บ 2.65 ล้านบาท กลายเป็นว่าที่ดินขนาดเล็กกลับเสียภาษีมากกว่าที่ดินขนาดใหญ่ จึงฝากให้รัฐบาลใหม่ไปช่วยทบทวนการคำนวณภาษีใหม่ คาดว่าปีนี้เขตหลักสี่จะเก็บภาษีที่ดินได้ 290 ล้านบาท ใกล้เคียงกับภาษีโรงเรือนที่ 300 ล้านบาท” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า เรื่องความพร้อมในการนับคะแนนเลือกตั้ง ผมว่าไม่ได้ยากอะไร คราวที่แล้วเรานับ 6,000 หน่วย ตอนนี้ประมาณ 6 หน่วย ก็ดำเนินการตามที่ กกต.กำหนด
“ผมคิดว่าพร้อม ไม่มีอะไร และตัวเลขก็คงไม่มีผลอะไรกับการเลือกตั้ง คงไม่ได้มีเรื่องอะไรในแง่เชิงปฏิบัติการ แต่ในมิติว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร คงต้องไปหาเหตุผลอีกที ที่ผ่านมาเราก็ทำได้ค่อนข้างดี อย่างเรื่องกล้องเราก็ยังเก็บข้อมูลไว้อยู่ เผื่อมีการนับใหม่
“นี่ก็เป็นตัวหนึ่งที่เราเสนอไปทาง กกต. การทำออนไลน์ การไลฟ์ ทำให้คนมีความมั่นใจมากขึ้น หัวใจหลักของการเลือกตั้งคือสร้างความไว้ใจให้กับประชาชน ถ้าประชาชนยอมรับผลเลือกตั้ง เขาก็จะก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง มันก็ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลมีความมั่นใจมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว
ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าว นายชัชชาติร่วมรับประทานอาหารกับพนักงาน กทม. จำนวน 5 ราย ได้แก่ 1.นางสาวเบญจมาศ ดีขวาน้อย ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) 2.นางสาวนภสร พุฒิพงศ์ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) 3.นายกันตินันท์ จันทร์สุวรรณ ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอยฯ) 4.นางอรุณี เอกชัย ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานสวนสาธารณะ และ 5.นายบุญมา คุ้มชู ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ) บ2
โดยนายชัชชาติได้พูดคุยสอบถามถึงเรื่องต่างๆ การดำรงชีวิตประจำวัน ปัญหาในชีวิตประจำวัน รวมถึงสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ พร้อมให้กำลังใจกับบุคลากร สำหรับรายการอาหารกลางวันวันนี้ ประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวหมู ข้าวผัดปู ข้าวคลุกกะปิ ลูกชิ้นปิ้ง และขนมบัวลอย


