‘ชัชชาติ’ ลั่น กล้าคิดก็กล้าทำให้! สัญญา ‘สภาเมืองคนรุ่นใหม่’ รับ 4 นโยบายไปกู้กรุง ปิดฉากเหลื่อมล้ำ

12.06.23 | 12:04 น.

‘ชัชชาติ’ ลั่น เมืองนี้ไม่ได้มีไว้ให้แค่คนแก่ สัญญา ‘คนรุ่นใหม่’ กลางสภาเมือง เลือกตั้ง 4 ปีครั้ง แต่เยาวชนมีส่วนร่วมได้ทุกวัน ‘กล้าคิด เรากล้าทำให้’ ขานรับ 4 นโยบาย กู้กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมและรับฟังการนำเสนอนโยบายใน การประชุมสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ครั้งที่ 2/2566 โดยมี นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมในวันนี้

สำหรับวาระการประชุมสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ครั้งที่ 2/2566 ประกอบด้วย การนำเสนอความคืบหน้าการดำเนินการ 3 นโยบาย จาก 3 ทีมที่เข้าร่วมการประชุมสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ครั้งที่ 1/2566, Special Talk จากเครือข่ายเยาวชน โดย นฤมิตไพรด์ ในหัวข้อ “เมืองสีรุ้ง ที่โอบกอดและปลอดภัยสำหรับเยาวชนเพศหลากหลาย” (Pride City For LGBTQIAN+) และการนำเสนอนโยบายจาก 4 ทีมคนรุ่นใหม่ ที่คณะกรรมการได้ประกาศรับนโยบายและได้คัดเลือกเหลือ 4 ทีมสุดท้าย คือ

1.นโยบายที่พักพิงชั่วคราวทางการแพทย์สำหรับคนไร้บ้าน (Medical Respite Care for Homeless) โดยทีม สุขภาวะข้างถนน

2.นโยบาย “แพลตฟอร์มปรึกษาสัตวแพทย์ออนไลน์ For Pet Adopter” โดยทีม เพทที่นี่

Advertisement

3.นโยบาย “พื้นที่แสดงออกสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ 15 นาทีใกล้บ้าน” (Bangkok Creative Art Learning & Performing Space) โดยทีม Urban Street Bangkok

4.นโยบาย “BKK TREE FUND” โดยทีม GreenDot.

นายชัชชาติกล่าวภายหลังการนำเสนอนโยบายทั้ง 4 นโยบายว่า เชื่อว่าที่ผ่านมาบางครั้งเราไม่ค่อยได้ฟังเสียงของพวกเราคนรุ่นใหม่ ทั้งที่พวกเราจะเป็นเจ้าของเมืองในอนาคต ถ้าเราฝึกคิดถึงปัญหา มองทางออก รู้จักข้อจำกัดทั้งหลาย เชื่อว่าต่อไปเราจะรับส่งต่อเมืองนี้ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“หน้าที่ผมคือส่งต่อเมืองให้พวกเราเข้าใจปัญหาและมีส่วนร่วมในการหาคำตอบให้กับปัญหาของเมือง ผมเชื่อว่าเมืองก็จะตอบโจทย์พวกเราได้มากขึ้น เพราะเมืองเมืองนี้ไม่ได้มีไว้เฉพาะคนแก่ และอนาคตพวกเราจะเป็นคนที่รับเมืองนี้ต่อไป ขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่มาร่วมกัน”

นายชัชชาติกล่าวต่อถึงนโยบายที่นำเสนอว่า ไอเดียหลายอย่างดีมาก ฟังแล้วได้ตกผลึก ทั้งเรื่องหมาแมวจรจัดซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ มีจำนวนหลักแสนหลักล้าน ต้องทำหมันและฉีดวัคซีน เพราะพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่อันตราย เรื่องคนไร้บ้านเป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน เพราะแสดงถึงความเหลื่อมล้ำในเมือง จริงๆ แล้วคนไร้บ้านก็เหมือนคนทั่วไป บางคนมาอยู่ไม่กี่วันก็ไปเป็นไกด์ ออกจากคนไร้บ้านไปมีอาชีพมีงานทำ เส้นแบ่งระหว่างคนธรรมดากับคนไร้บ้านบางมาก ทำอย่างไรให้เขาก้าวข้ามเส้นบางๆ พวกนี้ได้ เพราะฉะนั้น เรื่องการให้โอกาส ให้สิทธิที่เท่าเทียมกัน เป็นเรื่องสำคัญ

เรื่องพื้นที่สาธารณะก็สำคัญ ที่ผ่านมาเราไม่มีพื้นที่สาธารณะให้เยาวชนได้แสดงออก หากจะหาที่แสดงศิลปะดีๆ ที่มีคุณภาพ หรือพื้นที่แสดงดนตรีของเยาวชนให้คนทั่วไปฟังก็มีจำกัด กทม.ถือเป็นนโยบายที่จะเปิดพื้นที่สาธารณะให้คนรุ่นใหม่ได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เรื่องพื้นที่สีเขียวก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าเราปลูกต้นไม้วันนี้ก็เพื่ออนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า ก็ต้องคิดเช่นกันว่าใครจะดูแลต้นไม้เหล่านี้

“สำหรับนโยบายทุกเรื่องที่เสนอมาเป็นเรื่องสำคัญทั้งหมด ขอบคุณน้องๆ ที่เห็นปัญหาทะลุ เชื่อว่าต่อไปจะขยายจำนวนการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น และสิ่งสำคัญคือนำ 4 นโยบายนี้ไปทำต่ออย่างไร จริงๆ แล้วพวกเราคือ active citizen การเลือกตั้งนั้น แค่ 4 ปีครั้ง แต่การมีส่วนร่วมทำได้ทุกวันทุกวินาที จะเปลี่ยนเมืองได้ต้องอาศัยพวกเราทุกคน และ กทม.จะนำข้อเสนอทั้งหลายไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม กล้าคิดแล้วเรากล้าทำให้” นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้าย

 

ด้าน นายศานนท์ รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า สภาเมืองคนรุ่นใหม่ เป็นนโยบายที่ 47 ใน 216 นโยบายของผู้ว่าฯชัชชาติ และได้เปิดประชุมสภาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เชื่อว่าน่าจะมีพื้นที่สักที่หนึ่งที่คนรุ่นใหม่ได้นำไอเดียต่างๆ มาพูดคุย กับผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้ และไม่ใช่แค่คุยกันแบบในห้องประชุม แต่เป็นการเปิดสภาให้ได้คุยกัน

“ขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่ร่วมสมัครเข้ามาเสนอนโยบาย และได้คัดเลือกมา 4 ทีม ตามกระบวนการของสภาเมืองคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าครั้งต่อๆ ไป จะได้รับความสนใจมากขึ้น หากใครมีไอเดียอะไรก็จะใช้เวทีแห่งนี้ทุกๆ 3 เดือน ในการนำเสนอ สัญญาว่าผู้บริหาร กทม.จะมารับฟัง และนำไปดำเนินการต่ออย่างแน่นอน” นายศานนท์กล่าว

สำหรับการประชุมในวันนี้มี รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารและผู้แทนสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักการแพทย์ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักพัฒนาสังคม และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม