วันที่ 21 ธันวาคม ที่สถานีตำรวจูธรเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พ.ต.อ.ประหยัด สิงสิน ผกก.สภ.เวียงป่าเป้ามอบหมายให้ ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ พงษ์ทิตย์ ทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีไฟไหม้อาคารที่พักมูลนิธิบ้านพักร่วมใจ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 17 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย เมื่อช่วงดึกของวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยวันนี้ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทางไฟฟ้าวิทยาลัยเทคนิคเวียงป่าเป้ามาให้ข้อมูล เพื่อคลายความสงสัยของผู้ปกครองนักเรียนที่เสียชีวิต โดยเฉพาะประเด็นเหตุของเพลิงใหม้ที่ทางตำรวจสรุปว่าเกิดจากขั้วหลอดไฟนีออนหลอมละลาย จนมีการยื่นเรื่องร้องขอความเป็นไปธรรมไปยังอัยการจังหวัดเชียงรายให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ถึง 3 ครั้ง
รายงานระบุว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้นทางผู้เชี่ยวชาญทางไฟฟ้าระบุว่า ปกติหลอดไฟนีออนมีโอกาสที่จะหลอมละลายด้วยตัวของมันเองนั้นน้อยมาก แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ด้วยสภาพแวดล้อม อาทิ ใยของแมงมุมหรือปีกของแมลงชนิดอื่น ที่เกาะอยู่ตามหลอดไฟ เมื่อไฟเกิดสปาร์คก็อาจทำให้ลุกไหม้ ประกอบกับพื้นล่างมีกระดาษหรือกองผ้าเมื่อไฟตกใส่ก็ทำให้ไหม้ลุกลาม แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าไฟไหม้หอพักนั้นเกิดจากกรณีนี้หรือไม่ เพราะต้องตรวจสภาพอื่นๆด้วย ซึ่งวันเกิดเหตุมีผู้อาศัยจำนวนมาก มีใครปิดหรือไฟไว้หรือไม่ ยังไม่มีใครยืนยันได้ ซึ่งเบื้องต้นทางตำรวจจึงบันทึกถ้อยคำเพื่อประกอบสำนวนส่งให้ทางอัยการพิจารณาตามขบวนการของกฎหมายต่อไป

ขณะที่ทางโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา ก็ได้มีการรื้อถอนอาคารพักที่ถูกไฟไหม้แล้วตามคำสั่งศาลที่ให้มีการรื้อถอนแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน พร้อมกับเร่งทำการปรับปรุงอาคารพักใหม่ โดยแต่เดิมเป็นอาคารที่พักครูเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของเด็กนักเรียน ซึ่งปัจจุบันนักเรียนกว่า 20 คน ยังคงใช้อาคารเรียนของโรงเรียนเป็นสถานที่หลับนอนเป็นการชั่วคราว
ด้านนายเรวัติ วาสนา ผู้จัดการโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักเรียนอยู่เรียนที่โรงเรียนจำนวน 85 คน แต่ทางโรงเรียนให้อยู่นอนเพียง20-30คน เพราะไม่มีอาคารนอน เนื่องจากขาดงบประมาณแต่ก็มีการปรับห้องพักเพื่อให้เป็นอาคารนอนนักเรียนชายที่จะรับได้ไม่เกิน 50 คน ส่วนนักเรียนหญิงจะปรับปรุงอาคารเรียนหลังเดิมเป็นห้องพัก เนื่องจากมีเอกชนยื่นมือช่วยเหลือสร้างห้องเรียนขนาด 4 ห้องให้ใหม่ ส่วนโครงการระยะยาวก็จะจัดสร้างอาคารใหม่ซึ่งได้ถมดินไว้รอแล้วแต่ต้องรองบบริจาคจากภาคส่วนต่างๆเสียก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่มี ส่วนที่ตั้งอาคารพักเดิมก็จะปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นสวนดอกไม้หรือสวนสุขภาพต่อไป
“สำหรับกรณีประเด็นข้อสงสัยสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้นั้น อยู่ที่ทางตำรวจและอัยการจะสรุปว่าอย่างไรทางโรงเรียนก็ต้องยอมรับ แต่ยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และไม่มีเหตุจูงใจที่ให้ใครทำเช่นนั้น ไม่มีความขัดแย้งหรือผลประโยชน์อะไรเพราะมูลนิธิเป็นสถานสงเคราะห์ช่วยเหลืออยู่แล้ว ไม่มีธุรกิจ ไม่มีประกันที่เกิดเหตุแล้วจะได้ประโยชน์กลับมีแต่ผลเสียทั้งทรัพย์สินและชื่อเสียงของโรงเรียน”นายเรวัติ กล่าว

