หน้าแรก ในประเทศ สุด! ตัวตึงแก...

สุด! ตัวตึงแก๊ง 30 รุม 1 โจ๋ต่างหมู่บ้านเบิ้ลรถใส่ ให้การรุมตื้บไม่เกินกว่าเหตุ พกมีดป้องกันตัว

12.06.23 | 16:24 น.

สุด! ตัวตึงแก๊ง 30 รุม 1 โจ๋ต่างหมู่บ้านเบิ้ลรถใส่ ลั่นรุมตื้บไม่เกินกว่าเหตุ พกมีดป้องกันตัว

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2566 ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นายภาณุมาศ จิตรวศินกุล เจ้าของเพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย พานางแก้ว (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี กับนายเตอร์ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี แม่กับลูก มาพบกับ พ.ต.อ.จามร อันดี ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.บรรจง พาโคตร สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าที่ได้มาแจ้งความเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่าลูกถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 30 คน รุมทำร้ายร่างกายลูกชายได้รับบาดเจ็บ จุดเกิดเหตุอยู่ถนนเพาะนิยม

นายเตอร์เล่าว่า วันเกิดเหตุไปนั่งเล่นกับเพื่อนๆ มีทั้งหญิงและชายเกือบ 10 คน ซึ่งกลุ่มทางนั้นได้มาดักหน้ารถตนแล้วรุมตีรุมเตะ ยังไม่ได้คุยอะไรกันก็ถูกตีเลย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะท่อรถตนเสียงดัง เขาคงคิดว่าตนบิดรถใส่พวกเขา จึงทำให้ตนเลยถูกตี เพราะตนก็คิดว่าตนผิดที่ส่งเสียงท่อรถดัง ซึ่งตนได้บาดเจ็บจากถูกตีบริเวณแขน โดยตนคิดว่าตอนนั้นไม่รอดเลยวิ่งหนีไปก่อน ถ้าไม่วิ่งตนก็คงจะไม่รอด หลังจากนั้นตนก็โทรศัพท์ให้รุ่นน้องมารับแล้วพาไปหาหมอ ซึ่งในกลุ่มที่มาตีก็มีคนรู้จักกับตน เรียนด้วยกัน แต่เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร

นายเตอร์ยังเล่าว่า ตนไม่คิดเลยว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ เพราะก็ไปนั่งเล่นอยู่บริเวณนี้ทุกวันกับเพื่อนๆ และรุ่นน้องทั้งชายและหญิง และไม่เคยมีเรื่องอะไรกับใคร โดยครั้งนี้คิดว่ามันน่าจะเป็นอุทาหรณ์ และจะเตือนเพื่อนๆ น้องๆ ว่าอย่าไปทำแบบนี้ ตอนนี้ไม่กล้าไปไหนมาไหนคนเดียว ระแวงกลัวว่าจะมาโดนอีก เพราะตนได้ยินมาว่ากลุ่มนั้นเขาจะไม่จบ ในส่วนของตนก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

นางแก้วเล่าว่า วันนี้ตนมาติดตามความคืบหน้าในกรณีที่ลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ เพราะยิ่งนานไปพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงบาดแผลของลูกชายก็จะจางไป หลังจากที่เกิดเหตุก็ยังไม่มีฝ่ายของคู่กรณีติดต่อมาเพื่อเจรจาพูดคุยเลย ซึ่งตนก็อยากให้กลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามามอบตัวในสิ่งที่เขาทำ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายใครผิดใครถูกก็ว่ากันไป ใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ว่ากันไป เพราะตนนึกถึงความปลอดภัยของลูกชาย และเป็นกังวล แม้แต่ลูกชายจะออกไปกินหมูกระทะกับน้องก็ยังไม่กล้าไป เพราะเป็นกังวล ในส่วนเรื่องที่ลูกออกไปนั่งที่สวนสาธารณะดึกๆ นั้น ตนก็เคยบอกเคยพูดกับลูกชาย แต่เพราะเขาเป็นวัยรุ่น ไม่ใช่จะมีเฉพาะลูกชายของตน มีคนอื่นมานั่งเล่นกันอีกหลายคน

Advertisement

ซึ่งตนก็อยากฝากถึงหน่วยงาน ถ้าไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ควรจะมีการจัดระเบียบ จะต้องมีระยะเวลากำหนดว่าเยาวชนควรอยู่ได้ถึงเท่าไหร่ ต้องมีการกวาดล้างไปเลย จับกุมให้ผู้ปกครองมารับทำประวัติแล้วให้กลับบ้าน เพราะคิดว่าหัวอกคนเป็นแม่ถ้าใครเห็นคลิปที่ลูกถูกทำร้ายก็ต้องรู้สึกเช่นเดียวกับตน ซึ่งตนต้องการร้องขอความเป็นธรรม ตนก็เชื่อมั่นว่าตำรวจจะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ถึงที่สุด เพื่อความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย

ต่อมาเวลา 11.30 น.วันเดียวกัน ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้เรียกกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในคลิปมีอายุตั้งแต่ 17-20 ปี ที่ก่อเหตุจำนวน 7 คน มาเข้าพบ และสอบปากคำเอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อที่จะได้รอดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

นายกอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี (คู่กรณีเสื้อฟ้า) บอกว่า อยากจะชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งอยากให้ตำรวจตรวจสอบวงจรปิดย้อนหลังกลับไปก่อนหน้านี้ กลุ่มนี้เขามีพฤติกรรมแบบไหน เนื่องจาก ตนกับคู่กรณีเคยมีเรื่องกันมาก่อน ไม่ใช่ว่าไม่มีเรื่องแล้วจะเข้าไปทำร้ายคู่กรณีอย่างที่สื่อนำเสนอไป โดยตนบ้านอยู่หนองบัวก็ถูกกลุ่มนี้มาปิดทางเข้าบ้านแล้วเข้าทำร้ายพวกตน ซึ่งตนก็มาเอาคืน พอพวกตนมาเอาคืน เขาก็แจ้งตำรวจ ตนมีหลักฐานข้อความที่ท้าทายพวกตน

ในส่วนที่พวกตนทำลงไปนั้นไม่เกินกว่าเหตุ ถ้าเทียบกับคำพูดของเขาท้าทายพวกตน ถ้าพวกตนจะทำจริงๆ คงไม่เป็นแบบนี้ อันนี้ไม่นอนโรงพยาบาล ยังออกมาขี่รถ จยย. แล้วมีแชตมาบอกพวกตนว่า โดนตีแต่หมัดเบา พวกมึงทำได้แค่นี้เหรอ เดี๋ยวมึงเจอ ซึ่งทางผู้ใหญ่ก็บอกให้เรียกมาคุยให้จบ แต่เขาไม่คุยไม่เย็นแล้ว ที่ตนทำไปก็ไม่ได้ให้ถึงตาย เป็นเพียงการสั่งสอนเท่านั้น ในวันเกิดเหตุพวกตนขับรถกระบะมาเพื่อขี่รถเล่น เมื่อมาถึงหนองประจักษ์ฯก็เห็นเขาพอดี เมื่อเห็นตนจึงบอกเพื่อนที่มาด้วยกัน ไม่ใช่ว่าตนจะลงไปหาเรื่องใครโดยไม่มีเรื่องมาก่อน ตนยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุ

ตนคิดว่าหลังจากนี้เรื่องนี้คงจะจบเพราะพวกตนก็ไม่ได้ไปหาเรื่องอะไร คิดว่าตนไม่ผิด ที่ผิดก็เพราะเขามาแจ้งความก่อน เพราะที่ผ่านมาก็มีเรื่องมาก่อน ครั้งนี้เมื่อพวกตนทำลงไปแม่เขามาแจ้งความ พวกตนจึงเป็นฝ่ายผิด ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าใครใช้มีดฟัน แต่ตนเป็นคนใช้มือต่อย และมีดก็ไม่ได้เป็นการฟัน เหมือนกับว่าวิ่งผ่านเลยถูกมีด

ส่วนใหญ่พวกน้องๆ จะเป็นคนถือมีด และที่พกมีดมาก็เพราะพวกตนถูกดักทำร้ายบ่อย และไม่ได้มีความขัดแย้งกันเรื่องการขายน้ำกระท่อม ซึ่งเมื่อตนกลับบ้านก็จะถูกดักทำร้ายบ่อยครั้ง ถ้าเขามาเยอะพวกตนก็ถูกทำร้ายเช่นกัน วันนี้มาพบตำรวจเพื่อให้ข้อมูลในเรื่องที่เกิดขึ้น

นายบอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี (เสื้อเขียว) เล่าว่า วันเกิดเหตุตามในคลิปพวกตนไม่ได้ตั้งใจที่ทำร้ายร่างกายจนถึงตาย เพราะในคลิปจะดูเหมือนจะทำร้ายร่างกายกันหลายคน แต่มีคนทำร้ายร่างกายอยู่ประมาณ 6-7 คน โดยวันนั้นมีอาวุธเพียงแค่มีดไม่มีอาวุธอย่างอื่น ซึ่งถ้าเคลียร์กันจบตั้งแต่แรกก็ไม่มีปัญหา แต่เขาก็ยังมาบิดรถใส่ประมาณ 4-5 วัน ซึ่งเพื่อนร่วมงานตนมาถามว่าเป็นใครทำไมมาบิดรถใส่ ตนเลยบอกว่าเป็นวัยรุ่นหนองบัวที่เคยมาไล่ตีตน แต่ตนเคลียร์จบไปแล้ว โดยวันนั้นกลุ่มของเขาอยู่กันเยอะ แต่ทำไมแตกทิ้งกันออกไปเลย ซึ่งพวกตนก็ไม่ได้ที่จะเจาะจงทำร้ายร่างกายเขาเลย