รวบแล้ว ‘อาฟู่’ ล่ามจีน บอสใหญ่แก๊งคอลกัมพูชา เผยจิตวิทยาต้มตุ๋นสุดอึ้ง ตื๊อจนเหยื่อสนิท

14.06.23 | 08:48 น.

ผบ.ตร.ส่ง PCT 5 แกะรอยรวบ ‘อาฟู่’ ล่ามภาษาจีน บอสใหญ่คอลเซ็นเตอร์ จุดเกาะกง ประเทศกัมพูชา หลอกผู้เสียหายรวมสูญเงิน 16 ล้านบาท เผยกลยุทธ์ต้มตุ๋นสุดอึ้ง ปลอมทุกอย่างเพื่อตีสนิท วิเคราะห์สภาพทางการเงิน ก่อนลวงลงทุน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. / รอง หน. PCT ชุดที่ 5, พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช. ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพ รอง สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.2, ร.ต.อ.หญิง ธิดารัตน์ ผดุงประเสริฐ ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5, ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) นำกำลังสืบสวนจับกุม นายสุรชัย หรือ อาฟู่ แซ่จาง อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันฟอกเงินฯ” ได้ที่หน้าหอพักคนงาน บริเวณ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จว.ชลบุรี

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า สอบถามนายสุรชัย ให้การภาคเสธ ว่าประมาณปี 64 ผู้ต้องหาพร้อมกับนายสุรจิต (น้องชาย) สมัครงานผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อไปเป็นล่ามแปลภาษา จีน-ไทย ที่สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา โดยจะได้ค่าตอบแทนประมาณ 30,000 – 40,000 บาท เมื่อผู้ต้องหากับน้องชาย เดินทางไปถึงกัมพูชาปรากฏว่าถูกพาไปทำงานที่ “เกาะกง” แทน โดยทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาจีนจากหัวหน้าชาวจีน ซึ่งไม่ทราบชื่อจริง แต่พนักงานที่นั้นจะเรียกกันว่า “หยู่เกอ”

โดยจะทำหน้าที่ล่ามแปล คำพูดของนายหยู่เกอเป็นภาษาไทยให้กับพนักงานที่ทำงานที่ดังกล่าว โดยทราบว่า ที่คนไทยไปทำงานนั้น เป็นงานในลักษณะคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้ลงทุนซื้อขายเงินสกุลดิจิทัล คริปโท ซึ่งนาย “หยู่เกอ” เป็นคนสร้างแอพพลิเคชั่นปลอมนี้ขึ้น หลังจากทำงานได้ 6 เดือนจึงหลบหนีกลับประเทศไทย และสร้างครอบครัว เปิดกิจการร้านเหล้าที่ภูมิลำเนา ใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ต่อมาตำรวจสืบสวนและทราบว่าผู้ต้องหามาทำธุระ ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงจับกุมส่งนำพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ ดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่า แผนประทุษกรรมของแก๊งสแกมเมอร์กลุ่มนี้ จะเป็นเริ่มเปิดปฏิบัติการโดยจะใช้โปรแกรมสร้างแพลตฟอร์มปลอมที่ชื่อว่า “surlars-pro.com” และ “biteeb.com” เพื่อหลอกให้ลงทุนซื้อขายเหรียญคริปโท

Advertisement

จากนั้น นาย “หยู่เกอ” บอสใหญ่ชาวจีน จะให้ผู้ต้องหาและน้องชาย ทำหน้าที่ล่ามในการแปล ถอดคำพูดและวิธีการสอนให้พนักงานที่มาทำงาน ในการสร้างโปรไฟล์ หนุ่มหล่อ สาวสวย หน้าตาดี ทางแอพพลิเคชั่น ผ่านทางกูเกิ้ลหรือโปรแกรมมาริโอ้ที่สร้างไว้โดยเฉพาะ เช่น twitter จำนวน 10-40 บัญชี และ Instagram จำนวน 1 บัญชี และ Facebook จำนวน 1 บัญชี

โดยเฉพาะการสมัครแอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์ (twitter) จะมีระบบโปรแกรมมาริโอ้ที่สร้างไว้สุ่มเข้ามาพูดคุยและ ทักทายทำความรู้จัก ตีสนิทติดตามเหยื่อก่อน เมื่อเหยื่อรับเป็นเพื่อนและติดตามคนร้ายกลับมา จะมีข้อความที่ตั้งไว้ตอบกลับอัตโนมัติในลักษณะคำทักทายเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง จนเหยื่อเริ่มพูดคุย มีการสนทนาโต้ตอบ

กลุ่มมิจฉาชีพจะเริ่มใช้จิตวิทยาและประสบการณ์ที่ได้รับการถ่ายทอดจาก บอสใหญ่ ในการสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ชื่อ อายุ งาน ประเทศ เบอร์โทร วอทส์แอพพ์ (WhatsApp) หากเหยื่อรายใดเริ่มมีความคุ้นเคย จะถามถึงสภาพคล่องทางการเงิน รายรับ-รายจ่ายของเหยื่อ จนกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์กลุ่มนี้ สามารถวิเคราะห์และประเมินได้ว่า เหยื่อมีรายได้และมีความสามารถในการลงทุน

คนร้ายจะชักชวนเหยื่อร่วมลงทุน โดยให้เหยื่อดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม bitkub, M.omxmax, Binace และ Letraders พร้อมทั้งสอนวิธีการซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลคริปโตเป็น USDT, LTC, GLOE, BTC, ETH, WPE แนะนำเชิญชวนให้ลงทุนโอนเงินดอลลาร์และจะให้เห็นว่าลงทุนแล้วได้กำไรและถอนเงินได้จริง เปลี่ยนให้เป็นเงิน USDT

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวพฤติกรรมว่าพอเหยื่อลงทุนแล้ว ก็จะให้โอนเงิน USDT เข้าไปใน แพลตฟอร์ม ชื่อว่า “surlars-pro.com” และ “biteeb.com” ที่สร้างขึ้นปลอม เพื่อเป็นการเลี้ยงเหยื่อ ให้ลงทุนเพิ่ม นาย “หยู่เกอ” จะทำการหลอกลวงโดยสร้างกราฟปลอมแสดงกราฟขาขึ้น ให้เหยื่อดูเพื่อแสดงยอดเงินกำไรโชว์ให้เหยื่อ เพื่อให้เหยื่อลงทุนเพิ่ม หากเหยื่อจะถอนเงินที่ได้จากผลกำไร ทางแก็งมิจฉาชีพนี้ จะมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมเพื่อจ่ายเป็นค่าภาษี หากไม่ชำระภายในกำหนด ก็ไม่สามารถจะถอนเงินดังกล่าวได้ จึงเป็นการหลอกผู้เสียหายซ้ำไปซ้ำมา จนเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก

พล.ต.ต.ธีรเดช หัวหน้าชุด PCT 5 กล่าวว่า ผบ.ตร.สั่งตรงให้ติดตามจับกุม อาฟู่ มือขวาบอสใหญ่ชาวจีน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (สแกมเมอร์) จุดเกาะกง กัมพูชา ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการไทยต้องการตัวมาก เพราะเป็นคนสอนเทคนิคการหลอก คอลเซ็นเตอร์ แถว 1 – แถว 3 โทรมาหลอกคนไทย แม้มีปัจจัยด้านต่างๆ แต่เราเกาะติด เฝ้าติดตามคนร้ายมาโดยตลอด เพื่อเป็นการตัดรากถอนโคนองค์กรอาชญากรรมแก๊งนี้ให้สิ้นซาก ป้องกันมิให้ประชาชนคนไทยตกเป็นเหยื่อตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เร่งรัดเดินหน้าปราบปรามขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์อย่างจริงจังต่อไป

ขอเตือนประชาชนที่คิดจะไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านนั้น ควรจะตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อนว่า อาชีพหรือลักษณะงานที่จะไปทำนั้นเป็นในลักษณะแก๊งคอลเซนเตอร์หรือไม่

และขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนคนไทยอย่าได้หลงเชื่อกลวิธีเของแก๊งคอลเซนเตอร์ (สแกมเมอร์) ที่ชักชวนลงทุน หรือหากท่านมีเบาะแสสามารถติดต่อไปยัง สายด่วน 1441 ตำรวจไซเบอร์ หรือ ศูนย์ ศปอส.ตร. 081-8663000

ผู้เสียหายสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.com หากมีเบาะแสการกระทำความผิด โปรดแจ้งมายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที