จับ ‘ตร.เก๊’ หลอกหมอหญิงสูญ 8 แสน อ้างมีคดีเปิดบัญชีม้า

15.06.23 | 09:04 น.

ตำรวจไซเบอร์ รวบตำรวจเก๊หลอกเอาเงินหมอ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม แพทย์หญิงจากโรงพยาบาลในจังหวัดกำแพงเพชร ได้มาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร ว่าได้มีโทรศัพท์แอบอ้างว่าเป็นตำรวจ สภ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย แจ้งว่า ตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินยาเสพติด อีกทั้งมีการพูดจาโน้มน้าวจนแพทย์หญิงคนดังกล่าวหลงเชื่อ และโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบบัญชีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ตามที่คนร้ายกล่าวอ้าง

โดยโอนไปยังหมายเลขบัญชี ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี นางสาวกัลญาณี ซึ่งได้โอนไปทั้งหมด จำนวน 3 ครั้ง รวมแล้วเป็นยอดเงินจำนวน 819,100 บาท หลังจากตนได้โอนเงินไปแล้วมาทราบทีหลังว่าถูกหลอก จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

กระทั่งวันที่ 14 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 นำโดย พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ พร้อมชุดสืบสวนนำกำลังเข้าจับกุม นางสาวกัลญาณี อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดมหาสารคาม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ในความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน”

โดยจับกุมได้ที่ถนนสาธารณะ หน้าร้านอู๋แซ่บเวอร์ ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement

เบื้องต้น ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าตนเองได้เปิดบัญชีธนาคารออมสิน ที่ถูกใช้ในการกระทำความผิด มาประมาณ 8 ปีแล้ว และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาตนตกงาน และได้ค้นหาแอพพ์กู้เงินออนไลน์ และได้พบแอพพ์หนึ่งซึ่งมีหน้าโปรไฟล์เป็นรูปโลโก้ของธนาคารหนึ่ง ตนหลงเชื่อว่าเป็นแอพพ์ของธนาคารจริง จึงได้ทำการติดต่อไปเพื่อขอกู้เงินและเจ้าของแอพพ์ดังกล่าวก็ได้ให้ตนทำตามขั้นตอนต่างๆ

เช่น การสแกนใบหน้า ส่งรูปบัตรประจำตัวประชาชนหน้าหลังและให้ตนส่งหมายเลขบัญชีให้ หลังจากที่ทำรายการเสร็จ แอพพ์ดังกล่าวแจ้งว่ารอการอนุมัติเงินกู้จากธนาคาร จากนั้นไม่นานตนได้รับแจ้งจากธนาคารว่าได้มีเงินเข้าบัญชีธนาคารของตนแบบผิดปกติให้ตนตรวจสอบหลังจากที่ตนเองตรวจสอบพบว่ามีเงินเข้ามาในบัญชีธนาคารของตนเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท และได้มีการกดเงินออกจากบัญชีของตนเช่นกัน

โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นคนทำธุรกรรมดังกล่าวเลย และหลังจากนั้นก็มีเงินเข้ามาในบัญชีดังกล่าวของตนเรื่อยมา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งกับธนาคารเพื่อทำการอายัดบัญชีของตน จากการตรวจสอบบัญชีทราบว่าตอนนี้มียอดเงินที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งอายัดกับธนาคารไว้เป็นเงินในบัญชีกว่า 2 ล้านบาท

เตือนภัย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขอเตือนพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อการโทรมาหลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานต่างๆ อาทิ ตำรวจ ศาล อัยการ สรรพากร เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ธนาคารต่างๆ เป็นต้น

ว่าตนเองได้มีการกระทำความผิดกฎหมายต่างๆ และได้หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ ซึ่งตอนนี้มีแก๊งมิจฉาชีพจำนวนมากซึ่งคอยหาวิธีการต่างๆ เพื่อมาหลอกลวงพี่น้องประชาชน ก่อนที่จะโอนเงิน หรือทำธุรกรรมต่างๆ ควรตรวจสอบให้ดีก่อน เพื่อที่จะไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพต่อไป

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์
คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ท.วีระพล กันธวงศ์ สั่งการ พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ สว.กก.2 บก.สอท.4 พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม