เปิดคลิปกู้ภัยขับไล่บี้ 3 หนุ่มมูลนิธิเถื่อน รับบริจาคให้ผู้ยากไร้ เรียก ตร.ควบคุมตัว

18.06.23 | 13:24 น.

เปิดคลิปกู้ภัยขับไล่บี้ 3 หนุ่มมูลนิธิเถื่อน รับบริจาคให้ผู้ยากไร้ เรียก ตร.ควบคุมตัว

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม นำคลิปขณะไล่กวด และจอดรถขวางรถกระบะต้องสงสัยเป็นมูลนิธิปลอม มาร้องสื่อ และให้เป็นหลักฐานของตำรวจ หลังจากพบโดยบังเอิญ มีชาย 3 คน ขับรถกระบะมีหลังคาด้านหลัง เปิดเครื่องกระจายเสียง ประกาศขอบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้

โดยในคลิป หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม บุรีรัมย์ ได้ใช้คำพูดที่รุนแรงว่าไปซ้ำเติมชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจอยู่แล้ว ยังมาตามรีดไถประชาชน โดยเฉพาะคนภาคอีสานจะมีใจโอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือคน ซึ่งมูลนิธิต้องสงสัยเป็นมูลนิธิเถื่อน ได้พยายามอธิบายว่า ได้ขออนุญาตมาอย่างถูกต้อง ทั้งผู้นำท้องถิ่น และขออนุญาตอำเภอห้วยราชอย่างถูกต้อง แต่หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม ไม่เชื่อ เพราะได้รับการร้องเรียนมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยเห็นกับตา

ต่อมา ร.ต.อ พงศ์ศักดิ์ จงปัตนา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ห้วยราช อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ได้เชิญตัว นายเดชา มูลคำ อายุ 45 ปี อยู่ เลขที่ 3 ม.6 ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน พร้อมพวกอีก 2 คน มาสอบถาม

Advertisement

ตรวจสอบหลักฐานพบว่า พบว่ามีใบประกาศระบุมาจาก มูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม อยู่เลขที่ 28/24 ซอยประชาอุทิศ 54 แยก 2-4 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ และยังพบใบรับทราบจากที่ว่าการอำเภอห้วยราช ระบุจะมาขออนุญาตเรี่ยไรตั้งแต่วันที่ 15-25 มิถุนายน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สอบถามปลัดอาวุโส อำเภอห้วยราช ได้รับคำตอบว่า เอกสารที่ได้ไปเป็นเพียงเอกสารรับทราบ ยังไม่ได้ออกใบอนุญาตให้เรี่ยไรแต่อย่างใด ซึ่งปกติผู้ที่มายื่นขอเรี่ยไร จะต้องกลับมาเอาใบอนุญาตอีกในวันถัดไป ซึ่งจากการตรวจสอบแล้ว 1 ใน 3 คนนี้เคยถูกดำเนินคดีเรี่ยไรมาแล้ว ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ผิด พรบ.การเรี่ยไร โดยไม่ได้ข้ออนุญาต ขณะอำเภอห้วยราช งดการให้ใบอนุญาตเรี่ยไรในทันที

ทั้งนี้ จากข้อมูลของหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม บุรีรัมย์ พบว่ามีประชาชนร้องเรียนมาหลายครั้งว่ามีมูลนิธิที่ไม่เคยรู้จัก มาเรี่ยไรตามหมู่บ้านหลายครั้ง และอยากให้หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมตรวจสอบ จนกระทั่งมาเจอขณะกำลังเรี่ยไร

สอบถาม นายวัลลภ เรืองสุขศรีวงศ์ อดีตประธานมูลนิธิสว่างจรรยาธรรม ทราบว่าปกติมูลนิธิต่างๆ ที่มีจุดประสงค์จะช่วยเหลือประชาชนหรือผู้ยากไร้ จะมีประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว ประชาชนสามารถบริจาคโลงศพ หรืออื่นๆได้ในจังหวัดของตัวเอง

ที่สำคัญไม่เคยไปเดินเรี่ยไรตามสถานที่ต่างๆ แม้ในจังหวัดเดียวกัน จึงฝากไปถึงประชาชนทั่วไป หากต้องการทำบุญด้านนี้ บริจาคผ่านมูลนิธิในพื้นที่จะดีกว่า ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงจะไปห้ามไม่ให้บริจาค ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคน