วันที่ 22 ธันวาคม 2559 เมื่อเวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน คณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วยป่าไม้ ตำรวจ ทหาร ตชด.ที่ 31 ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ พม.ในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ จำนวนกว่า 80 นาย นำโดยนายศักรินทร์ ปัญญาใจ ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปรามภาคเหนือ, นายชิต อินทรนก ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์, ว่าที่ร.ต.นครชัย แสงมณี ปลัดอำเภอหล่มเก่าและนายประจักษ์ มิยา หัวหน้าหน่วยปฎิบัติการพิเศษที่ 38 สำนักงานป้องกันและปราบปรามภาคเหนือ ยังคงเดินหน้าเปิดปฎิบัติการจับกุม 11 รีสอร์ตบนภูทับเบิก ซึ่งผู้ประกอบการและเจ้าของเป็นนายทุนนอกพื้นที่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังจากในวันแรกจับกุมไปแล้ว 4 รีสอร์ต โดยเป้าหมายที่คณะเจ้าหน้าที่จะเข้ายึดและทำการจับกุมในวันนี้มีด้วยกันจำนวน 3 รายได้แก่ 1.ร้านกาแฟมอนโตริโอ 2.ไร่ภูข้าวฟ่าง 3.ไร่ลุงหั่งภูทับเบิก โดยผลการจับกุมไม่พบผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ตแต่อย่างใด และหลังจากทำการตรวจวัดพิกัดแนวเขตที่ดินเรียบร้อย จึงทำบันทึกการตรวจยึดเพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสภ.หล่มเก่าติดตามผู้ประกอบการและเจ้าของรีสอร์ตใตดำเนินคดี
อย่างไรก็ตาม ในส่วนร้านกาแฟมอนเตริโอนั้นก่อนหน้านี้ยินยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารบ้านพักเองเป็นบางส่วน และภายหลังคณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการรื้อถอนให้ โดยเหลือเพียงในส่วนสิ่งปลูกสร้างที่เป็นร้านกาแฟฯเท่านั้น และระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจยึดร้านกาแฟมอนเตริโอ นายประกิต สังข์ทอง ผู้ช่วยหมวดการทางหล่มเก่าได้นำเจ้าหน้าที่ทำการรังวัดแนวเขตถนนความกว้างข้างละ 10 เมตร หลังมีการท้วงติงว่าสถานประกอบการดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตทางหลวง ซึ่งผลปรากฎว่าร้านกาแฟมอนเตริโออยู่นอกเขตที่ดินของกรมทางหลวง ทางเจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการจับกุม

ขณะที่ ระหว่างเข้าทำการตรวจยึดรีสอร์ตไร่ลุงหั่งภูทับเบิก ปรากฎว่ามีคนงานกำลังทำการเร่งรื้อถอนบ้านพักจำนวน 2 หลัง ซึ่งนายประจักษ์ มิยา หัวหน้าสายตรวจพิเศษที่ 38 ระบุว่า แม้ผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ตจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากเลยกำหนดเวลาที่เจ้าหน้าที่ผ่อนปรนให้จึงต้องทำการจับกุมดำเนินคดี แต่ทั้งนี้ในบันทึกการจับกุมจะบันทึกไว้ว่าผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ตให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เมื่อถูกดำเนินคดีจะได้รับการพิจารณาลดหย่อนโทษมากน้อยแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม
สำหรับการเปิดปฎิบัติการจตรวจยึดจับกุม 11 รีสอร์ตตลอด 2 วันที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดำเนินการตรวจยึดจับกุมรีสอร์ตซึ่งดำเนินการโดยคนนอกพื้นที่ไปแล้วจำนวน 7 รายได้ผู้ต้องหารวม 2 ราย และการตรวจยึดจับกุมเป็นไปด้วยความราบรื่นไม่มีการต่อต้านขัดขืนทั้งจากผู้ประกอบและเจ้าของรีสอร์ตรวมทั้งคนในพื้นที่แต่อย่างใด จึงทำให้เหลือรีสอร์ตตามเป้าหมายอีกเพียง 4 รายที่จะดำเนินการตรวจยึดในวันพรุ่งนี้(23 ธันวาคม) โดยเฉพาะในจำนวนนี้มีรีสอร์ตบางรายที่เจ้าหน้าที่ประเมินว่า อาจจะมีปฎิกริยาต่อต้านการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่

ด้านนายประจักษ์ มิยา หัวหน้าหน่วยปฎิบัติการพิเศษที่ 38 สำนักงานป้องกันและปราบปรามภาคเหนือ กล่าวว่า ในการจับกุมจะใช้ข้อมูลจาก พม.ที่ทำการสำรวจพร้อมจัดทำฐานข้อมูลไว้เป็นหลัก โดยมีข้อมูลลงลึกถึงรายละเอียดของบ้านแต่ละหลังเป็นของใครและมีทั้งชื่อและที่อยู่ด้วยว่า ใครเป็นผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ตหรือเจ้าของที่ดินตัวจริง ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงใช้หลักฐานทางราชการที่ส่งมอบให้กับกรมป่าไม้ชุดนี้ เข้าดำเนินการตรวจยึดจับกุม
“ฉะนั้นในการจับกุมหากไม่ได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด แต่ในบันทึกการจับกุมจะมีการกล่าวหานายทุนเหล่านี้ เพื่อให้พนักงานสอบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดี นอกจากนี้ระหว่างทำการจับกุมก็ยังพบว่ามีนอมินีซึ่งเป็นคนในพื้นที่จัดฉากอ้างเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของรีสอร์ตแทนนายทุน”นายประจักษ์กล่าว

