เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4, พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายคิม (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (โอเวอร์สเตย์) 1,582 วัน ตรวจสอบข้อมูลพบว่า นายคิมเป็นผู้ต้องหาตามหมายแดงขององค์กรตำรวจสากลที่สาธารณรัฐเกาหลีใต้ต้องการตัวข้อหาร่วมกับผู้สมรู้ร่วมคิด จัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์มีเงินหมุนเวียน 163 ล้านบาท จึงจับกุมผู้ต้องหาและแจ้งข้อกล่าวหาความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดี
พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์กล่าวว่า คดีที่สอง บก.ตม.4 ร่วมกับ บก.สส.สตม. จับกุมนายมุน (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (โอเวอร์สเตย์) ก่อนจับกุมสืบสวนทราบว่า นายมุนย้ายมาพักอาศัยที่ย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ กทม. จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบตัวผู้ต้องหา และแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นพบว่านายมุนมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายในประเทศเกาหลีใต้ ว่าตนจะได้รับมรดกแต่ต้องจ่ายเงินให้ศาลก่อนแล้วให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้ยืมสำหรับใช้ต่อสู้คดีและหลอกลวงผู้เสียหายขอยืมบัตรเครดิตไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีรวมประมาณ 2.2 ล้านบาท

พล.ต.ต.พันธนะกล่าวว่า คดีที่สาม บก.สส.สตม.จับกุมนายนัม (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี และนายจัง (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (โอเวอร์สเตย์) ก่อนจับกุมสำนักงานอัยการสูงสุด สาธารณรัฐเกาหลี ประสาน ป.ป.ส. และ บก.สส.สตม. ให้สืบสวนติดตามตัวนายนัม (นามสมมุติ) และนายจัง (นามสมมุติ) ชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐเกาหลี กระทำความผิดฐานลักลอบนำเข้ายาเสพติด หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย กลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีพฤติกรรมว่าเมื่อประมาณต้นมีนาคม 2566 เจ้าหน้าที่ศุลกากรอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี ตรวจพัสดุ EMS พบยาไอซ์น้ำหนักรวมประมาณ 172.18 กรัม มูลค่าประมาณ 460,000 บาท จึงนำส่งสำนักงานอัยการสูงสุดสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อดำเนินคดี จากนั้นขยายผลและจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ 3 คน สอบสวนพบว่าผู้จัดหายาเสพติดดังกล่าวอยู่ในประเทศไทยคือ นายนัมและนายจัง และชื่อที่จ่าหน้าบนพัสดุดังกล่าวคือ นายจัง สำนักงานอัยการสูงสุดจึงขอหมายจับบุคคลทั้งสอง ต่อมา บก.สส.สตม.สืบค้นข้อมูลในระบบสารสนเทศ ตม.พบว่า นายนัมเดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ก.พ.66 ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา ประเภท ผ.ผ.90 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 12 พ.ค.66 ส่วนนายจังเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.65 ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 17 ก.ย.65 ปัจจุบันทั้งสองคน อยู่โดยการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงสืบสวนติดตามตัวทราบว่าทั้งสองคนเข้าพักอาศัยในย่านถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ จึงประสานขอตรวจค้นพบผู้ต้องหาทั้งสองคนและตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าการอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงแจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พงส.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

