อาละวาดหนัก! แก๊งตกทองตระเวนทั่วเมืองโคราช เหยื่อสูญ 5 หมื่น

22.12.16 | 18:10 น.

วันที่ 22 ธันวาคม 2559 เมื่อเวลา 12.00 น. นางสาวสมฤดี กิตติสากล อายุ 31 ปี แม่ค้าขายสุราพื้นบ้านตลาดชุมชนหนองไผ่ล้อม โคราช ได้นำพยานหลักฐานเป็นภาพนิ่งและคลิปผู้ต้องสงสัยประกอบเหตุตกทองมามอบให้ พ.ต.ท พงศ์ธร เกตุพละ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อให้เร่งรัดติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

นางสาวสมฤดีเปิดเผยว่า ในขณะกำลังเดินเลือกซื้อผักบริเวณแผงลอยริมถนนสุรนารี หน้าตลาดแม่กิมเฮง ด้านวัดสะแก เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ได้ถูกแก๊งตกทองซึ่งเป็นหญิงไทยวัยกลางคนจำนวน 3 คน อายุประมาณ 50 ปี วางกลอุบายให้หลงเชื่อ คนแรกทำทีเดินมาสอบถามหากระเป๋าที่ลืมวางไว้ในละแวกนั้น ก่อนจะเดินเข้าไปในวัดสะแก ต่อมาหญิงคนที่สองมาชวนพูดคุย อ้างช่วยเพื่อนตามหากระเป๋า พยายามแสดงบทบาทเห็นใจกับความเดือดร้อนของเพื่อน ซึ่งกำลังจะนำทองคำน้ำหนัก 5 บาทที่อยู่ในกระเป๋าไปวางสินสอดหมั้นให้กับลูกชาย จากนั้นหญิงคนที่สามมาอ้างเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ เป็นผู้เก็บกระเป๋าดังกล่าวได้พร้อมกับเปิดกระเป๋าเพื่อให้เห็นทองคำอยู่ด้านในและพยายามพูดโน้มน้าวถึงลาภลอยที่เก็บได้จะแบ่งสันปันส่วนอย่างไร โดยให้ไปตกลงกันที่ศาลาพักศพหน้าเมรุวัดสะแก

นางสาวสมฤดีกล่าวต่ออีกว่า ลักษณะการพูดโน้มน้าวที่ไม่มีช่องไฟ รวมทั้งการแสดงความจริงใจของหญิงทั้งสอง ยอมนำทรัพย์สินที่อยู่ในตัวซึ่งมีทั้งสร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ และเงินสดมูลค่านับแสนบาทใส่ในถุงผ้าสีดำ เพื่อให้ตนถือไว้เป็นหลักประกัน ทำให้หลงเชื่อสนิทใจ จึงยอมถอดสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท แหวนทองคำ 25 สตางค์ จำนวน 2 วง และเงินสด 9,700 บาท รวมมูลค่าประมาณ 5 หมื่นบาทใส่ไว้ในถุงผ้าด้วย แต่ถูกแอบเปลี่ยนในขณะเผลอ จากนั้นหญิงทั้งสองได้พากันเดินออกไปนอกวัด โดยบอกให้ยืนรอก่อน จะไปเอาสิ่งของที่ซื้อไว้ในตลาด น.ส สมฤดียืนรอนานกว่า 20 นาทีก็ไม่เห็นวี่แวว จึงแกะดูสิ่งของในถุงผ้า พบเป็นเงินเหรียญจำนวนหนึ่ง หลังสูญทรัพย์สินร่วมครึ่งแสน จึงเกิดอาการเครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ อับอายไม่กล้าบอกใคร ใช้เวลาตัดสินใจพอสมควรจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อไม่ให้คนอื่นตกเป็นเหยื่ออีก

ด้าน พ.ต.ท พงศ์ธรกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการเทียบเคียงภาพบุคคลต้องสงสัย พบตำหนิรูปพรรณสัณฐานรวมทั้งพฤติการณ์เหมือนกับแก๊งตกทองที่ตระเวนล่าเหยื่อในเขตเมืองเป็นประจำ โดยจะเร่งสอบปากคำผู้เสียหายและพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขออำนาจศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุมัติออกหมายจับบุคคลตามภาพ ฐานร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยใช้กลอุบาย เบื้องต้นได้ประสานข้อมูลภาพและพฤติการณ์ผู้ต้องสงสัยให้ศูนย์สื่อสาร “ไชยณรงค์” ซึ่งมีเครือข่ายสถานีตำรวจภูธรรวม 51 แห่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา แจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน เพื่อป้องปรามและสกัดจับบุคคลดังกล่าว