วันที่ 22 ธันวาคม 2559 รายงานข่าวจากสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เปิดเผยว่า นายดิเรก กองเงิน ประธาน สกน. ในฐานะองค์กรเครือข่ายของเกษตรกรรายย่อย พร้อมด้วยคณะกรรมการได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่ศูนย์บริการประชาชน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และที่สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยมีนายวิชัย สุกิจมงคลกุล ผู้อำนวยการส่วนติดตามตรวจสอบเรื่องร้องเรียน เป็นตัวแทนมารับหนังสือดังกล่าว เรื่องขอให้คุ้มครองพื้นที่และชะลอการปฏิบัติการที่จะส่งผลกระทบต่อชุมชน และเร่งผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาของสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ
โดยหนังสือระบุว่า ปัจจุบันรัฐบาลกำลังดำเนินนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ แต่ที่ผ่านมาพบนโยบายและคำสั่งที่สร้างผลกระทบกับชาวบ้านในหลายชุมชน และเพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันผลกระทบอันไม่เป็นธรรม ลดความขัดแย้งในพื้นที่ อีกทั้งให้เกิดการดูแลทรัพยากรอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม จึงขอให้เร่งผลักดันนโยบายและแก้ปัญหาที่สร้างผลกระทบต่อชาวบ้าน 9 กรณี ในคดีบุกรุกพื้นที่ป่าที่ชุมชนโป่ง หมู่ 2 ต.แม่แฝก อ.สันทราย ที่บ้านไร่บน หมู่ 23 ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ ที่บ้านพรสวรรค์ หมู่ 11 ต.สบเปา อ.จอมทอง คดีนายอดินันท์ เลายี่ปา บ้านหกลีซู ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง และที่บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 1 ต.ทุ่งปี้ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่

“ยังมีกรณีนโยบายเตรียมประกาศเขตอุทยานฯเพิ่มเติม ขอให้ชะลอประกาศในพื้นที่ภาคเหนือ 7 อุทยาน อาทิ อุทยานฯถ้ำสะเกิน บ้านปางส้าน ต.ยอด อ.สองแคว จ.น่าน อุทยานฯลำน้ำกก บ้านหัวฝาย ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ซึ่งสมาชิก สกน.ได้รับผลกระทบ 53 พื้นที่ เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องและป้องกันละเมิดสิทธิชุมชน ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมดูแลรักษาทรัพยากรอย่างยั่งยืน” หนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุ และว่า ขอให้ยุติดำเนินการยึดคืนพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย จับกุมและคุกคามชีวิตและจิตใจชาวบ้าน ร่วมกันปรับปรุงแนวทางปฏิบัติ กรณีนโยบายทวงคืนผืนป่าและยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาใช้ประโยชน์ด้านเกษตรบนที่สูง (ภูเขาหัวโล้น) ที่จะส่งผลกระทบอันไม่เป็นธรรมต่อชุมชน” หนังสือระบุ
หนังสือระบุอีกว่า ขอให้สนับสนุน “น้ำพางโมเดล” รูปแบบแก้ไขปัญหาตามต้นแบบของภาคประชาชน ได้แก่ยุทธศาสตร์บูรณาการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยชุมชนท้องถิ่น ต.น้ำพาง อ.แม่จริม จ.น่าน คุ้มครองและชะลอการปฏิบัติที่ส่งผลกระทบกับสมาชิก สกน. 74 ชุมชน จนกว่าการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาลจะได้ข้อยุติ และขอให้สนับสนุนแนวทาง “สิทธิชุมชน” และ “โฉนดชุมชน” ตามกลไกของคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน (ปจช.)

