แจ้งจับเท้าแชร์ออนไลน์ ตุ๋นร่วมร้อยล้าน เผยแบ๊กดีเป็นตร.-ทนาย ขู่เหยื่อใครแจ้งความอดได้เงิน

19.06.23 | 17:31 น.

แจ้งจับเท้าแชร์ออนไลน์ ตุ๋นลงทุนร่วมร้อยล้าน เผยแบ๊กดีมีน้องเป็นตำรวจ ทนายดังคอยให้คำปรึกษา ขู่เหยื่อ หากใครแจ้งความอดได้เงินคืน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นางสาวสิริลักษณ์ ยังเจริญ อายุ 26 ปี อาชีพ พนักงานบริษัทเอกชน พร้อมตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย จากหลากหลายอาชีพ กว่า 10 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. และ บก.ปคบ. เพื่อแจ้งเอาผิด นางสาวจารุวรรณ (สงวนนามสกุล) หลังถูกหลอกให้นำเงินมาร่วมเล่นแชร์ออนไลน์ จนสูญเงินรวมกว่า 10 ล้านบาท โดยนำเอกสารหลักฐานการลงทุนมามอบให้ประกอบการพิจารณา

นางสาวสิริลักษณ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้เห็นนางสาวจารุวรรณโพสต์เฟซบุ๊กชักชวนผู้คนนำเงินมาร่วมเล่นแชร์ออนไลน์ “บ้านสมาคม…” รวมถึงระดมทุนหาเงินทำธุรกิจ อ้างผลตอบแทนสูง ร้อยละ 12 ของเงินลงทุนต่อเดือน ประกอบกับเห็นว่า รู้จักมักคุ้นกับนางสาวจารุวรรณ เท้าแชร์รายนี้มานานหลายปี เนื่องจากเคยเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย อีกทั้งวงแชร์ดังกล่าวยังเปิดมานานหลายปี มีสมาชิกกว่า 200 คน วงเงินกว่าร้อยล้านบาท ดูน่าเชื่อถือ จึงนำเงินมาร่วมลงทุนด้วยจำนวนหลายแสนบาท ระยะแรกมีการจ่ายเงินปันผลให้จริง จนกระทั่งช่วงปลายปี 2565 กลับเริ่มไม่จ่ายเงินปันผล อ้างขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงเชื่อว่าถูกหลอก

“ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อนำเงินมาร่วมลงทุนด้วย ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาทจำนวนนับร้อยราย รวมเป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเฉพาะกลุ่มของตนที่มาแจ้งความในวันนี้รวมๆ กันกว่า 10 ล้านบาท ยอมรับว่าเคยพยายามทวงถามเงินกลับคืนแต่ก็ถูกปฏิเสธ อ้างว่าไม่มี แต่ไม่หนี ไม่จ่าย แม้กระทั่งผู้เสียหายบางรายที่มีความจำเป็นต้องการเงินไปรักษามะเร็งให้พ่อ พยายามวิงวอนขอเงินคืนแต่ก็ไม่เป็นผล ถูกปฏิเสธเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งที่ผู้เสียหายหลายรายไม่กล้าเข้าแจ้งความเพราะเคยถูกนางสาวจารุวรรณพูดข่มขู่ว่าหากใครแจ้งความหรือทำให้เป็นข่าวจะไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว ประกอบกับนางสาวจารุวรรณนั้นมีน้องชายเป็นตำรวจ รวมถึงมีทนายความชื่อดังเป็นที่ปรึกษา จึงทำให้ผู้เสียหายหลายรายไม่กล้าจะเข้าแจ้งความ ด้วยเหตุนี้คนและกลุ่มผู้เสียหายจึงตัดสินใจเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจสอบสวนกลางในวันนี้”

Advertisement

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่พยานหลักฐาน ก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป