“ยิ่งชีพ” ยื่นฟ้องศาลปกครองสั่ง 9 หน่วยงานรัฐห้ามใช้ สปายแวร์เพกาซัส สอดแนมประชาชนทุกกรณี เรียกค่าเสียหายโดนละเมิด 5 ล้าน ชี้เป็นเครื่องมืออันตรายใช้ทำสงครามระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 66 ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw นักเคลื่อนไหว พร้อมพวก ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย เดินทางมายังศาลปกครอง เพื่อยื่นฟ้อง 9 หน่วยงานรัฐประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแล กอ.รมน. และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, กระทรวงการคลัง, คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามรัฐใช้อาวุธสงครามไซเบอร์ชนิดนี้กับประชาชน และเรียกค่าเสียหาย 5,000,000 บาท (คนละ 2,500,000 บาท)
นายยิ่งชีพกล่าวว่า เครื่องมือตัวนี้มันเป็นเครื่องมือที่ใช้ทำสงครามระหว่างประเทศ สปายแวร์เพกาซัสเป็นอะไรที่อันตรายมาก เมื่อมันจะโจมตีโทรศัพท์มือถือของเรา จะไม่สามารถที่จะรู้ตัวและป้องกันตัวได้ และมันสามารถเข้ามาในโทรศัพท์มือถือโดยเราไม่ต้องไปกดคลิกอะไรเลย และเมื่อเข้ามาได้ ก็จะได้ข้อมูลทั้งหมดที่เรามีอยู่ และส่งกลับไปให้ผู้ใช้ จากหลักฐานที่สืบค้น เรื่องสปายแวร์เพกาซัสเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้วทั้งโลก และทั้งโลกก็ลุกขึ้นมาต่อต้านกันประเทศไทยอาจจะรู้ช้ากว่าคนอื่น เรารู้มาว่าเพกาซัสสปายเเวร์ผลิตโดยบริษัทที่ชื่อ NSO และบริษัทนี้บอกไว้ว่าจะขายให้กับหน่วยงานที่เป็นรัฐบาลของรัฐเท่านั้น ซึ่งเมื่อพยายามค้นไปว่าหน่วยงานของรัฐไหนใช้บ้างก็พบเอกสารสำคัญ และข้อมูลคอมพิวเตอร์หลายอย่าง ซึ่งทราบว่ามีหน่วยงาน ทหาร กอ.รมน., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และน่าจะมีอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้สปายแวร์เพกาซัสนี้กับประชาชนซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เรียกว่าเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวทั้งหมด เพราะสามารถเอาข้อมูลในมือถือและติดตามได้ 24 ชั่วโมงจึงเป็นเหตุที่เราต้องมาฟ้องคดีเพื่อให้ศาลปกครองสั่งว่าการใช้เพกาซัสสปายแวร์นี้ไม่ถูกต้องและต้องเลิกใช้กับประชาชนทันทีทุกกรณีโดยไม่มีเงื่อนไข โดยสาเหตุที่เราต้องฟ้องกระทรวงการคลังเข้ามาด้วยเนื่องจากเรามีการเรียกร้องความเสียหายจากการใช้เพกาซัสสปายแวร์เพื่อสอดแนมนักกิจกรรม และประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพแต่คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไม่มีหน่วยงานต้นสังกัดจึงต้องฟ้อง กระทรวงการคลัง เนื้อหาคำฟ้องจะเน้นไปที่การละเมิดสิทธิเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญ สิทธิความเป็นอยู่ส่วนตัว และสิทธิอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สิทธิในการแสดงออก สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ รวมถึงเรื่องการเข้าถึงข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
โดยการฟ้องครั้งนี้มีผู้ฟ้องคดี 2 คน คือตนและนายอานนท์ นำภา ทนายความและนักเคลื่อนไหว จะขอให้มีการส่งคืนข้อมูลและเปิดเผยว่าได้เอาข้อมูลอะไรไปบ้างและต้องส่งข้อมูลนั้นกลับมารวมถึงเรียกร้องค่าเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพคนละ 2 ล้านบาทและค่าเสียหายต่อจิตใจเรียกคนละ 5 แสนบาท

