บิ๊กโจ๊กยันไม่เกี่ยวศึกชิงเก้าอี้ ผบ.ตร. หลังเกิดคดีอดีตผู้การฯ ชลบุรี กับพวกรีดเงิน 140 ล้านบาท แต่เป็นเพราะลูกน้องทำผิดชั่วซ้ำซากและเรียกเงินมากเกินไปจนพ่อ “นายเป้” เส้นเลือดในสมองแตก ขณะที่เส้นทางการเงิน พบแยกออกไป 200 กว่าบัญชี คาดชัดเจนสัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีและพวก ร่วมกันตบทรัพย์ผู้ต้องหาในคดีพนันออนไลน์ 140 ล้านบาทว่า เมื่อวานนี้ (20 มิ.ย.) ชุดทำงาน ได้เรียก ส.ต.ท.ธนวัตร จันทร์ต๊ะมูล ผบ.หมู่ (สส.) สภ.สัตหีบ มาแจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหาเดิม หลังพบว่าตำรวจรายนี้เป็นผู้ทำรายงานการสืบสวนเท็จ และเป็นบุคคลใกล้ชิดของนายบอยด้วย โดยมักจะไปเป็นคนขับรถให้นายบอย โดย ส.ต.ท.ธนวัตร ให้การรับสารภาพทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล ไปยังตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก
และเมื่อวานนี้ ยังได้มีการเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ สภ.แสนสุข จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่มีการเข้าตรวจค้นร่วมกัน ของตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กับตำรวจ สอท. ในวันที่ 19 พ.ค.66 โดยมีการจับกุมตัวผู้ต้องหาเว็บพนันออนไลน์ 2 ราย รวมทั้งยังมีการรีดทรัพย์ 2 แสน ซึ่งการเข้าจับกุมในครั้งนี้ นำไปสู่การสร้างรายงานการสืบสวนเท็จ ซัดทอดไปยังนายธนินวัฒน์ อุดมเชาวเศรษฐ์ หรือเป้ เพื่อจะขออำนาจศาลในการออกหมายจับและหมายค้นกลุ่มของนายเป้ และเข้าไปจับกุมในวันที่ 23 พ.ค.66 ก่อนจะเกิดเหตุรีดทรัพย์ 140 ล้านบาทขึ้น
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เปิดเผยอีกว่า เรื่องนี้ตำรวจได้เงินไม่มาก แต่คนนอกได้มหาศาล เป็นความเสียหายที่ใช้คนนอกมาทำงานมากำกับตำรวจ เพราะตำรวจไม่รู้ว่าเว็บไหนใหญ่ไม่ใหญ่ ใครเป็นเจ้าของ ต้องใช้คนนอก คือ นายวีระ หรือบอย นาทรัพย์ มาช่วยกำหนดเป้า และตั้งราคา จากนั้นนายบอยก็สั่งการตำรวจต่อให้เข้าไปข่มขู่ จนพ่อของนายเป้เส้นเลือดในสมองแตกในวันที่เข้าตรวจค้น พอหลังพิงฝา นายเป้จึงต้องสู้ นำมาสู่การแจ้งความ
ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ อยู่ระหว่างการรวบรวมซึ่งมีกว่า 200 บัญชี ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะได้ข้อมูลครบภายในสัปดาห์หน้าก็จะเห็นข้อมูลเส้นทางการเงินทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินของนายบอยถ้าไปดูแล้วจะตกใจ เพราะมีมากกว่าพันล้านบาท
สำหรับกรณีของ ต้อมเซียนพระ ที่ได้เรียกมาสอบเมื่อวานนี้สรุปแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินแต่ นายต้อมได้ให้การที่เป็นประโยชน์ว่านายบอยได้มีการมาซื้อขายพระกับตนเองมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท
ส่วนกรณีของ พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ซึ่งเป็นรายชื่อที่ถูกเปิดเผยออกมาในตอนแรกว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ต่อมารายชื่อได้หายไปนั้น ล่าสุด จากการตรวจสอบพยานหลักฐานยืนยันได้แล้วว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากนี้ก็จะมีการออกคำสั่งให้กลับมาปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม
ส่วนประเด็นดราม่าเรื่องวงการสีกากีในคดีนี้ เกี่ยวข้องกับการแย่งชิงเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือไม่ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนไหนเลย แต่เป็นการกระทำความผิดของลูกน้องที่ทำชั่วซ้ำซากที่พอรู้ว่าไปไม่รอดก็มาพูดบ่ายเบี่ยง ทำให้เกิดการทะเลาะกันและโยงไปถึงประเด็นแย่งชิงตำแหน่ง พร้อมยืนยันว่ารองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่มีคนไหนที่เกี่ยวข้องหรือสั่งการให้ทำแบบนี้
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าจะมีพยาน 2-3 คน ที่เกี่ยวข้องการทำหน้าที่ดูลาดเลาระหว่างกลุ่ม พล.ต.ต.กัมพล ผู้ถูกกล่าวหานัดหมายผู้เสียหายนำเงิน 57.2 ล้านบาทมาให้โดยนำไปวางไว้บริเวณกระโปงท้ายรถยนต์โตโยต้าอัลติส สีส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ภายในลานจอดรถหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี วันที่ 24 พ.ค. จากสืบสวนทราบว่าในวันดังกล่าวมีรถขนเงินมา 3 คันคันแรกเป็นรถเบนซ์สีขาว , คันที่ 2 และคันที่ 3 เป็นรถแท็กซี่ แบ่งขนเงินมาคันละ 1 ก้อนซึ่งจะเป็นเงินจากนายเคฯ จำนวน 29.2 ล้านบาท ,เงินจากนายผุ จำนวน 8 ล้านบาท และนายบอย ที่ไปนัดรับกันมาจากร้านอาหาร จำนวน 20 ล้านบาท เอามาใส่รวมไว้ที่ท้ายรถเก๋งสีส้มคันดังกล่าวในเวลาใกล้เคียงกันและพบว่าพยานกลุ่มดังกล่าวยืนดูตลอดเวลาก่อนจะมีคนขับรถอีกคันมารับเงินออกไปจากท้ายรถเก๋งสีส้ม แต่กลุ่มพยานอ้างว่าไม่ทราบว่ารถที่มารับเงินออกไปจากท้ายรถเก๋งสีส้มเป็นใครและเป็นรถยี่ห้ออะไรชุดสืบสวนสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อพยาน
ทั้งนี้คาดว่าพนักงานสอบสวนจะใช้เวลาในการสอบปากคำหลายชั่วโมง หลังจากนี้จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาหรือกันไว้เป็นพยาน เนื่องจากยังต้องสอบสวนหาถึงบุคคลนิรนามที่ถูกมอบหมายให้มารับเงินในวันดังกล่าวว่าเป็นใคร เพราะพยานเป็นคนดูลาดเลา เชื่อว่าต้องรู้เห็นว่าคนที่ขับรถคันดังกล่าวมารับเงินจำนวน 57.2 ล้าน เป็นใครเพื่อติดตามตัวและสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินจำนวนดังกล่าวต่อไป
รายงานแจ้งว่านายบอย มีการประสานกับคณะทำงาน รอง ผบ.ตร. เพื่อขอมอบตัวแต่ยังแบ่งรับแบ่งสู้เพราะกลัวจะไม่ได้รับการประกันตัว จึงไม่มีคำยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะเดินทางเข้ามาตามนัดหมายวันที่ 24 มิ.ย.หรือไม่แต่จะมามอบตัวมอบตัวจริงก็ไม่สามารถที่จะทำตามเงื่อนไขตามที่นายบอย ร้องขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนได้อยู่แล้วหากต้องการประกันตัวต้องยื่นในชั้นศาลซึ่งขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

