รวบคนร้ายซ้ำเติมทุกข์ชาวนา ตระเวนขโมยเครื่องสูบน้ำทำเกษตรทั่วโคราช

21.06.23 | 15:20 น.

รวบคนร้ายซ้ำเติมทุกข์ชาวนา ตระเวนขโมยเครื่องสูบน้ำทำเกษตรทั่วโคราช

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน บริเวณหน้าตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.วรวรรธน์ ขันธ์เครือ ผกก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงจับกุม นายพันนุชิต กุมภาว์ อายุ 35 ปี ข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็นเครื่องมือ อันมีไว้สําหรับประกอบอาชีพกสิกรรม ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทําความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นการจับกุม”

พล.ต.ท.สมประสงค์กล่าวว่า สืบเนื่องจาก สภ.พิมาย, สภ.กระชอน, สภ.โนนสูง, สภ.โนนไทย, สภ.ขามสะแกแสง, สภ.คง, สภ.พระทองคำ และ สภ.บ้านปรางค์ เขตพื้นที่ ภ.จว.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์เครื่องยนต์ทางการเกษตร (เครื่องสูบน้ำ) อย่างต่อเนื่องหลายท้องที่รวมทั้งสิ้น 25 เครื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 200,000 บาท โดยคนร้ายออกตระเวนก่อเหตุอย่างต่อเนื่องเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงสั่งการ พล.ต.ต.อิทธิพล พ.ต.อ.วรวรรธน์ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.ท.วัฒนะ วรรณปรดิษฐ์ สว.กก.สส.ฯ, พ.ต.ต.สุวกฤษฎิ์ พิมพ์จันทร์ สว.สส.ฯ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา, สภ.พิมาย, สภ.ขามสะแกแสง และ สภ.พระทองคำ ร่วมกันสืบสวนจากภาพกล้องวงจรปิดและข้อมูลสำคัญจากพลเมืองดีจนทราบตัวคนร้ายและยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพิมายเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาจนศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจากนั้นขออนุมัติศาลออกหมายค้น 3 จุด จนจับกุมคนร้ายได้ริมถนนภายในหมู่บ้านโคกเปราะหอม หมู่ 3 ต.พลสงคราม อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา พร้อมตรวจยึดเครื่องยนต์ทางการเกษตร (คูโบต้า) 10 เครื่อง, รถยนต์โตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน บร 5270 ชัยภูมิ ซึ่งเป็นรถคันที่ใช้ก่อเหตุ 1 คัน

พล.ต.ท.สมประสงค์กล่าวอีกว่า สอบถามผู้ต้องหารับว่าเป็นผู้ประกอบเหตุเพียงคนเดียว โดยถอดนอตยึดแท่นเครื่อง 4 ตัว ยกเครื่องลง แล้วใช้มูเล่ย์เหล็กเป็นล้อเอียงเพื่อเข็ญ เมื่อมาถึงรถใช้สายพานคล้องมูเล่ย์กับตัวหมุนสตาร์ท แล้วใช้ไม้สอดค้ำกับฝาท้ายรถยกขึ้นแล้วดัน โดยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง และหลายท้องที่ โดยจะเลือกเครื่องสูบน้ำที่ไม่มีเจ้าของเฝ้าอยู่ และทำการก่อเหตุ หากเจ้าของทรัพย์อยู่ จะกลับมาก่อเหตุในช่วงเวลากลางคืน จากนั้นนำไปจำหน่ายต่อให้กับนายทุนรับซื้อ