ตามที่ นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ประธานศาลฎีกาได้ออกประกาศข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีความผิดทางพินัย พ.ศ.2566 ตามที่ได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 ซึ่งจะเริ่มใช้บังคับวันที่ 22 มิ.ย.นี้
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี(ผบช.กมค.) กล่าวว่า สามารถแยกให้เห็นชัดข้อดีของการดำเนินคดีพินัยต่อตำรวจ คือ 1.กระบวนการพิจารณาคดีปรับเป็นพินัยสามารถดำเนินคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ตามข้อบังคับประธานศาลฎีกา ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีความผิดทางพินัย พ.ศ. 2566 ข้อ 11 2.กรณีผู้กระทำผิดพินัยปฏิเสธข้อกล่าวหา สามารถยืนฟ้องต่อพนักงานอัยการโดยตัวหรือไม่มีตัวผู้ถูกกล่าวหาได้ ตามมาตรา 23และ25 พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ประกอบข้อบังคับประธานศาลฎีกา ข้อ 11 วรรค 2 3.อายุความในการฟ้องคดีปรับเป็นพินัยต้องฟ้องคดีภายใน 2 ปี นับแต่วันกระทำความผิดซึ่งอายุฟ้องคดีอาญา โทษปรับจะต้องฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่วันกระทำความผิด มาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย มาตรา 95 ป.อาญา
พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ข้อดีของการดำเนินคดีพินัยต่อประชาชน 1.ผู้กระทำผิดพินัยไม่มีการบันทึกประวัติอาชญากรรม ทำให้ไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว เพื่อลดผลกระทบทางสังคม เช่น การสมัครงาน ตาม มาตรา 34 ประกอบ มาตรา 47 พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 2.การชำระค่าปรับสามารถผ่อนชำระค่าปรับได้ ตามมาตรา 9 วรรค 2 พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย 3. หากผู้กระทำผิดคดีพินัยมีเหตุแห่งความยากจน หรือมีความจำเป็นอย่างแสนสาหัส ในการดำรงชีวิต ผู้กระทำผิดพินัยมีทางเลือกแทนค่าปรับเป็นพินัย โดยสามารถยื่นคำร้อง3. 1.ให้ปรับพินัยต่อกว่าที่กฎหมายบัญญัติ3. 2.ทำงานบริการสังคม และ3.3.ทำงานสาธารณประโยชน์ ตามมาตรา 10 วรรคแรก พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย 4.การบังคับคดีปรับเป็นพินัย มีระยะเวลา ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่มีคำสั่งหรือคำพิพากษาซึ่งมีระยะเวลาสั้นลง กว่าการบังคับคดีแพ่งทั่วไป ที่มีระยะเวลา 10 ปี นับแต่มีคำพิพากษา หรือคำสั่ง ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ประกอบกฎหมายคดีพิจารณาความแพ่ง มาตรา274
“ในส่วนของคดีที่มีโทษปรับทางอาญา แต่เจ้าพนักงานตำรวจไม่ใช่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย หากผู้กระทำผิดปฏิเสธ ตำรวจไม่ต้องทำสำนวน แต่กรณีถ้าเป็นคดีอาญาจราจร ที่มีโทษปรับทางพินัยรวมอยู่ด้วย หากผู้กระทำผิดปฏิเสธทุกข้อหา ตำรวจต้องทำสำนวนทั้งอาญา และพินัย แยกกัน ส่วนข้อดีของประชาชนคือไม่มีประวัติการกระทำความผิดคดีอาญา และลดความเหลื่อมล้ำหากไม่มีเงินประกันตัวก็ไม่ต้องจำคุกแทนค่าปรับ แต่ให้ทำงานบริการสังคมแทน และสามารถผ่อนชำระค่าปรับได้”พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าว

