ปลัดสธ. ตอบปมนักวิชาการแย้งฉีดวัคซีนโควิด-19 มากไร้ประโยชน์ ยัน ควรฉีดปีละเข็ม ป้องกันติดเชื้อตาย

22.06.23 | 12:47 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนักวิชาการระบุว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 มากไปไม่มีประโยชน์ เพราะว่าที่นายกรัฐมนตรี ยังติดทั้งที่ฉีดไป 6 เข็ม ว่า โดยหลักการประสิทธิภาพวัคซีนลดอาการป่วยรุนแรงและลดการเสียชีวิต คนที่ฉีดหากติดอาการจะไม่หนัก ลดความุรนแรง ไม่เสียชีวิตก็ถือว่าเป็นประโยชน์ของการฉีดวัคซีน ทั้งนี้การฉีดวัคซีนมี 2 ปัจจัยคือปัจจัยของแต่ละบุคคล และการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของประชาชนทุกคนในประเทศ อย่างไรก็ตามการติดเชื้อ พอเชื้อกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ความสามารถป้องกันการติดเชื้อโดยวัคซีนเพียงอย่างเดียวคงไม่เต็มที่ ต้องมีมาตรการอื่นร่วมด้วย

เมื่อถามต่อว่ากรณีที่ระบุว่าการฉีดวัคซีนรุ่นสองไม่มีประโยชน์ ปลัดสธ. กล่าวว่า คำแนะนำการฉีดมาจากคณะผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ นักวิทยาศาตร์ต่างๆ โดยอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค คงต้องฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการฉีดมีคำแนะนำให้ฉีดประจำปี ก็ขอเชิญชวน โดยพาะกลุ่ม 608 ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่เชิญชวน ทั้ง 60 ปีขึ้นไป คนที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง หรือคนที่มีความเสี่ยงที่จะกระทบคนจำนวนมากก็จะมีการฉีดให้ฟรี ที่ผ่านมาคนติดเชื้อรอบนี้ ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มลดลง อาการค่อยข้างน้อย มีกลุ่มที่เสียชิวิตที่ประเมินมาตลอดยังเป็นกลุ่ม 608

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้สื่อข่าวควรสื่อสารเรื่องเหล่านี้ให้เกิดความเข้าใจเพื่อคนจะได้ไม่ตื่นตระหนก ช่วงโควิดที่ผ่านมาเรื่องบูลลี่ทำให้ประชาชนเสียโอกาสไปเยอะมาก เราคิดแบบไม่เป็นแพทย์ว่าก่อนมีวัคซีนมีผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยโควิดรุนแรงเสียชีวิตเข้าห้องไอซียู มีความสูญเสียต่างๆ มากมาย หลังฉีดวัคซีนตามวงรอบที่กำหนดอัตราเสียชีวิต อัตราการติดเชื้อก็ลงน้อยลง แม้ติดอาการก็ไม่รุนแรงเท่าก่อนที่ไม่มีวัคซีน ต้องดูหลายอย่างประกอบว่าการมีวัคซีนเทียบกับตอนที่ไม่มี

“ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนหลายโดส 5-6 โดส บางคนติดเชื้อด้วยก็มีภูมิมิเพิ่มอีก ทำให้การติดเชื้อแม้ยังมีทุกวันนี้ก็ไม่มีความรุนแรงสำหรับคนที่อยู่ในภาวะสุขภาพปกติ การติดเชื้อรุนแรงและสูญเสียยังอยู่ในกลุ่ม 608 อีกสิ่งทีแสดงให้เห็นชัดตอนที่ตนไปประชุมที่สมัชชาองค์การอนามัยโลก ผอ.องค์การฯ ก็พูดว่ากว่าที่องค์การอนามัยโลกประกาศอะไรออกมาต้องมีการพิจารณาศึกษาอย่างละเอียด แม้ประกาศลดระดับความรุนแรงและยังมีการติดเชื้ออยูแต่ไม่ถือว่าอยู่ในสภาวะการณ์ฉุกเฉินอีกต่อไป ฝากผู้สื่อข่าวชี้แจงประชาชนให้รับทราบ เราต้องยึดถือข้อมูลจากองค์กรที่รับผิดชอบโดยตรงที่มีการศึกษาวิจัย ติดตาม เราถึงจะนำมาใช้ให้กับประชาชน มีประโยชน์ไม่มีประโยชน์ไม่ต้องให้ความสำคัญ หรือแม้แต่ที่บอกฉีดแล้วกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นอาการข้างเคียงที่เกิดได้น้อยมาก ถือว่าเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ” นายอนุทิน กล่าว