ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ในวันโทรคมนาคมโลกและสังคมสารสนเทศโลก (World TeIecommunication and Information Society Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปี จุลสารข่าวเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งปัจจุบันได้ใช้เทคโนโลยีผ่านทางสังคมออนไลน์ ส่งต่อสื่อสารทางด้านความรู้ไปยังนักศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาและประชาชนโดยทั่วไป ในการอำนวยความสะดวกให้ได้เข้าถึงความรู้ทางด้านกฎหมายในทุกหนแห่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับโดยเชื่อมโยงผ่านทางเทคโนโลยีสารสนเทศดังกล่าว
ปัจจุบันต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีการสื่อสารออนไลน์ ถือว่าอำนวยความสะดวกในการเข้าถึง ส่งต่อและสื่อสารผ่านกระแสได้รวดเร็ว โดยเฉพาะทางสื่อออนไลน์ ซึ่งเทคโนโลยีที่ดี เมื่อใช้ถูกต้อง เหมาะสม ย่อมเป็นประโยชน์แก่ผู้รับได้เป็นอย่างดี แต่ว่าสังคมสารสนเทศในปัจจุบันนี้ นอกจากจะมีผู้ที่ใช้ในทางที่เหมาะสมเกิดประโยชน์แก่ผู้รับแล้ว ในระบบสารสนเทศดังกล่าวยังได้เกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีผ่านทางสังคมออนไลน์มากมาย หลากหลายวิธีการ และมีเหยื่อ หรือผู้เสียหายได้รับความเสียหายและรับผลกระทบจากอาชญากรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติการรับแจ้งความทางออนไลน์จากศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สะสมตั้งแต่ 17 มีนาคม -5 พฤษภาคม 2566 มี ผู้แจ้งความคดีออนไลน์กว่า 30,000 เรื่อง ความเสียหายเกินกว่า 2,700,000,000 บาท ปริมาณสถิติโดยเฉลี่ยมากกว่า 400 เรื่อง/วัน ซึ่งแม้จะเป็นสถิติที่ลดลง ภายหลังจากมีการบังคับใช้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 แล้ว โดยได้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566
พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ดังกล่าว มีผลบังคับโทษในทางด้านบัญชีม้าและซิมม้า และมีผลให้เหยื่อหรือผู้เสียหายสามารถดำเนินการระงับการธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันความเสียหายแก่เหยื่อและผู้เสียหายที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศ ซึ่งผู้เสียหายหรือเหยื่อ ต่างมีหลากหลายประเภท ทั้งเป็นเหยื่อจาการซื้อสินค้าบ้าง เหยื่อจากการโอนเงินเพื่อร่วมลงทุน หรือกู้ยืมเงินบ้าง รวมทั้งเป็นเหยื่อทางมิจฉาชีพแก๊งค์ Call Centor หรือเป็นมิจฉาชีพที่ติดต่อกับเหยื่อโดยอ้างเป็นเพื่อน หรือติดต่อพูดคุยทำให้เหยื่อหลงรักเพื่อผลประโยชน์ในทางทรัพย์สิน สารพัดวิธีการของเหล่าอาชญากรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินจากเหยื่อหรือผู้เสียหาย
ในด้านความเสียหายที่ได้รับจากระบบสารสนเทศหรือทางออนไลน์ดังกล่าว ส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายเป็นทรัพย์สิน โดยการโอนเงินผ่านทางบัญชีหรือการทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ให้กับมิจฉาชีพ และเมื่อเหยื่อสูญเงินให้แก่มิจฉาชีพแล้ว จึงมาร้องทุกข์ กล่าวโทษ ดำเนินคดีกับมิจฉาชีพที่กระทำความผิดและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยลักษณะความเสียหายในปัจจุบันที่เหยื่อหรือผู้เสียหายถูกหลอกลวงผ่านระบบออนไลน์ ได้รับความเสียหายเป็นทรัพย์สินจากการโอนเงิน การดำเนินคดีร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ฐานความผิดหลักคือฉ้อโกง ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นหรือฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานโดยทุจริตและโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนหรือผู้อื่น แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ผู้เสียหายที่ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงเอาทรัพย์สินไป นอกจากมุ่งประสงค์จะให้มิจฉาชีพได้รับโทษแล้ว ย่อมประสงค์ได้รับทรัพย์สินหรือเงินที่เสียหายไปคืนหรือชดใช้ราคาที่สูญไป การดำเนินคดีที่กฎหมายเปิดช่องให้ได้รับชดใช้หรือคืนราคาที่เสียไปจากการถูกหลอกลวงในทางอาญา คือการร้องทุกข์ ที่เป็นมูลฐานความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา ส่วนความผิดตามกฎหมายอื่นคงบัญญัติเป็นบทลงโทษ ซึ่งการเรียกร้องค่าเสียหายย่อมต้องไปว่ากล่าวกันในทางแพ่งต่อไป ซึ่งโอกาสที่เหยื่อหรือผู้เสียหายจะได้รับเงินหรือได้รับชดใช้คืนจึงมิใช่เรื่องง่าย ดังนั้น หนทางที่เป็นการป้องกันอาชญากรรมได้ดีทีสุด คือต้องรู้เท่าทัน และไม่โอนเงินให้ผู้อื่นโดยง่าย จนกว่าจะแน่ใจจริง ๆ ว่า ตนเองไม่ได้เป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยต้องวิเคราะห์วิธีการ กลยุทธ์ หาความรู้และปรึกษาผู้อื่นก่อนที่จะโอนเงินให้ใครผ่านทางธุรกรรมออนไลน์
จากการประสบการณ์ส่วนหนึ่งที่สัมผัส พบเห็นเหยื่อหรือผู้เสียหาย จะพบว่าเหยื่อหรือผู้เสียหายที่ถูกมิจฉาชีพหลอกลวง จะเกิดจากการถูกจูงใจ หว่านล้อม เสนอหรือได้รับสิทธิพิเศษเกินกว่าวิธีการหรือระบบปกติที่บุคคลทั่วไปจะได้รับ โดยมิจฉาชีพจะมาในจังหวะที่เป็นความประสงค์หรือตรงความต้องการของเหยื่อหรือผู้เสียหาย อาทิเช่น การหลอกลวงขายสินค้าราคาถูก โปรโมชั่น หรือสินค้าแบรนด์แนมในราคาต่ำกว่าท้องตลาดโดยทั่วไป โดยใช้ข้ออ้างว่า มีความจำเป็นต้องขาย ร้อนเงิน หรือขายเน้นปริมาณ ทำยอด โดยมิจฉาชีพจะแสดงรูป ภาพสินค้า ข้อความ ใบประกันสินค้า ให้ตรวจสอบดูผ่านทางระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการนำภาพสินค้า ข้อความ ใบประกันสินค้าของบุคคลอื่นมาใช้แสดงเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อว่ามีสินค้าอยู่จริง ทำให้เหยื่อที่มีความต้องการซื้อ พอใจและจูงใจให้หลงเชื่อข้อความหลอกลวงนั้น ส่วนเหยื่อหรือผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงให้โอนเงินลงทุนหรือกู้เงิน
วิธีการของมิจฉาชีพก็จะมีหลากหลาย ทั้งให้โอนเงินค่าธรรมเนียม ค่าประกัน ค่าเพิ่มวงเงิน เมื่อเหยื่อโอนเงินไปส่วนหนึ่งแล้ว มิจฉาชีพจะใช้วิธีการให้โอนเงินซ้ำอีก โดยมีข้ออ้างว่าเหยื่อโอนเงินช้าเกินไป ต้องชำระเงินค่าธรรมเนียม ค่าปลดล๊อค โอนค่านำเงินออกจากระบบ หรือแม้กระทั่งหากเหยื่อจะยกเลิกขอเงินคืนจากมิจฉาชีพ เหยื่อต้องโอนเงินค่ายกเลิกข้อตกลงให้แก่มิจฉาชีพด้วย ซึ่งเหยื่อหรือผู้เสียหายที่หลงโอนเงินให้หลายครั้งคือเพื่อต้องการเงินของตนเองคืน หรือมีความหวังความเชื่อว่าจะได้เงินจากมิจฉาชีพจริง ทำให้เหยื่อหรือผู้เสียหายหลายราย ได้รับความเสียหายจากการโอนเงินซ้ำ ๆ ต่อเนื่องกัน ซึ่งพวกมิจฉาชีพต่างก็ใช้จิตวิทยา จูงใจ หรือใช้ความเกรงใจของเหยื่อ ในบางครั้งก็แฝงมากับเหยื่อที่ต้องการหาเพื่อน คนรัก โดยมาในรูปแบบของการพูดคุย ให้ความหวัง สร้างอนาคตร่วมกัน ทำให้เหยื่อหรือผู้เสียหายหลงเชื่อ และโอนเงินให้เพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน หรือเพื่อมิให้รู้สึกเสียมิตรภาพ มิจฉาชีพเหล่านี้ต่างก็อาศัยกลอุบาย ผ่านทางระบบเทคโนโลยี ในทางที่ไม่ถูกต้อง โดยมิชอบ และมิจฉาชีพเหล่านี้ นับวันก็จะหาหนทางและใช้เทคโนโลยีสารพัดทุกวิธี และเชื่อว่ายังคงแฝงเร้นอยู่ต่อไปในระบบสื่อสารออนไลน์
ในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีการสื่อสารในสังคมออนไลน์เข้าถึงทุกหนแห่งไปทั่วภูมิภาคและทั่วโลก กระทั่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในชีวิตประจำวันของหลายคนและประชาชนโดยทั่วไป จึงย่อมเกิดได้ทั้งประโยชน์ และมีโทษแฝงเร้นไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นผู้เข้าถึงและใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารทางสังคมออนไลน์จึงต้องระมัดระวัง รอบคอบ และมีความรอบรู้เท่าทันในการใช้ชีวิตในสังคมออนไลน์ เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพโดยง่ายและใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารเพื่อให้ได้คุณประโยชน์อย่างแท้จริง
สุภาภรณ์ นิปวณิชย์

