กกจ. เผยพนักงานสอบสวนออกหมายจับ เอเย่นต์แสบหลอกคนทำงานญี่ปุ่นแล้ว โทษจำคุก 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท!

22.06.23 | 16:46 น.

วันนี้ (22 มิถุนายน 2566) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากจัดหางานจังหวัดอุดรธานี กรณีที น.ส.วาสนา สุวรรณคราม อายุ 42 ปี ชาวบ้านคำบอน ต.นาคำ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ได้เข้าร้องเรียนที่สำนักงานแรงงานจังหวัด ขอความช่วยเหลือ เนื่องจากสามีชื่อ นายศักดิ์ศรี หมั่นเก็บ อายุ 43 ปี ได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อไปถึงกลับไม่ได้ทำงาน จึงขอความช่วยเหลือพาสามีกลับบ้านด้วย โดยนายหน้าเถื่อนจากอำเภอใกล้เคียงชักชวนไปทำงาน พร้อมเก็บค่าบริการ จำนวน 200,000 บาท อ้างว่าสามารถพาไปทำงานประเทศญี่ปุ่น ในตำแหน่ง คนงานเกษตร เงินเดือนไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท ให้เดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยวพร้อมการันตีว่าหากไม่ได้ทำงานจะคืนเงินให้ทั้งหมด ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ สุดท้ายไม่มีงานทำ ตามที่เป็นข่าว ตนจึงผมได้สั่งการให้กรมการจัดหางานดำเนินการตรวจสอบปรากฎว่า นายหน้ารายดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจัดหางาน ผมจึงได้สั่งการให้จัดหางานแจ้งความดำเนินคดีต่อไปส่วนความคืบหน้าล่าสุดได้รับรายงานว่า คนไทยกลุ่มนี้ได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงการต่างประเทศแล้ว และจะเดินทางกลับประเทศไทยต้นเดือนกรกฎาคมนี้

“แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ เพื่อหารายได้ให้ตนเองและครอบครัวนั้นน่าชื่นชม แต่ผมขอฝากว่าให้ไปทำงานด้วยวิธีที่ถูกกฎหมาย เพราะการลักลอบไปทำงานนอกจากต้องอยู่อย่างหลบซ่อนแล้ว ยังเสี่ยงถูกสาย-นายหน้าเถื่อนหลอกลวง เสียเงินฟรี ได้หนี้เพิ่ม หากสาย-นายหน้าชักชวนไปทำงานผิดกฎหมาย ลักลอบเข้าประเทศ ใช้วีซ่าท่องเที่ยวไปทำงาน หรือไปทำงานต่างประเทศโดยไม่แจ้งการทำงานกับกรมการจัดหางาน ให้สันนิษฐานเป็นลำดับแรกว่าท่านด้วยกำลังถูกหลอกลวง และโปรดอย่าหลงเชื่อ” รมว.สุชาติ กล่าว

ด้าน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ได้ตรวจสอบ ติดตาม ดำเนินคดีเอาผิดสาย-นายหน้าเถื่อนที่หลอกลวงคนไทยไปทำงานประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลังการตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ทางทะเบียนระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ พบว่า สาย-นายหน้ารายดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ และไม่ได้จดทะเบียนเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานของผู้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิด ตามมาตรา 91 ตรี ข้อหา “หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 – 10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงแจ้งต่อสถานีตำรวจภูธรบ้านดุงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งล่าสุด พ.ต.ท.อิศเรศ ประสมพืช เจ้าของคดี ได้ออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว

นายไพโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมการจัดหางาน ตรวจสอบ เฝ้าระวัง และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการหลอกลวงคนหางานในทุกช่องทางมาโดยตลอด แต่ก็ยังมีคนไทยถูกหลอกลวงเรื่อยมา โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีการดำเนินคดีสาย/นายหน้าเถื่อนแล้ว 124 ราย พบการหลอกลวงคนหางานทั้งสิ้น 419 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย จำนวน 29,003,161 บาท จึงขอย้ำเตือนอีกครั้งสำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้ไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมี 5 วิธี ได้แก่ 1.บริษัทจัดหางานจัดส่ง 2.กรมการจัดหางานจัดส่ง 3.เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง 4.นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน และ 5.นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างไปฝึกงาน ดังนั้น หากต้องการใช้บริการบริษัทจัดหางาน ขอให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทฯกับกรมการจัดหางานก่อน โดยปัจจุบันมีบริษัทจัดหางานให้คนไปทำงานในต่างประเทศ ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายให้เลือกใช้บริการถึง 134 แห่ง ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจไปทำงานต่างประเทศสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่ตนจะเดินทางไปทำงาน เพื่อป้องกันการหลอกลวงผ่านระบบ e – Service กรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ doe.go.th หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือที่ Facebook : ศูนย์ประสานการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อคนหางาน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

Advertisement