ตร.ท่าเรือ รวบ ‘เลี้ยบ เล่าจ๋อ’ ลักทอง 5 บาท ขณะเจ้าของร้านทองเผลอ
เมื่อเวลา 11.31 น. วันนี้ (22 มิถุนายน) พ.ต.ท.ชนะชน ชินแส สารวัตรสอบสวน สภ.ท่าเรือ ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 5 บาท ที่ร้านทองสยาม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตลาดท่าเรือ ต.ท่าเรือพระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งเหตุจึงรายงานให้ พ.ต.อ.สมบัติ โพธิ์งาม ผกก.สภ.ท่าเรือ ทราบ และรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
เมื่อมาถึงร้านทองสยาม ที่เกิดเหตุ ได้สอบถามรายละเอียดจาก นายชัยยศ ซิปเข เจ้าของร้านทองสยาม ทราบว่า คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี แต่งกายสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น ที่แขนข้างขวามีรอยสัก ทำทีมาขอซื้อสร้อยคอทองคำ จำนวน 3 เส้น น้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 2 เส้น และ น้ำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น แล้วฉวยโอกาสที่เจ้าของร้านเผลอหยิบเอาสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 5 บาท ออกจากร้าน ก่อนหลบหนีไป

จากนั้น นายชัยยศ ซิปเข เจ้าของร้านทองสยาม ได้ไล่ติดตามไป พบว่า คนร้ายหนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ชุมชนเล่าจ๋อหลังตลาดท่าเรือ ซึ่งเป็นบ้านของคนร้ายทราบชื่อคือ นายสุรเดช (สงวนนามสกุล) หรือเลี้ยบ เล่าจ๋อ อายุ 40 ปี จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเรือ เข้าจับกุมตัว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังบ้านของนายสุรเดช หรือเลี้ยบ เล่าจ๋อ ทันที จากการตรวจสอบพบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท สวมอยู่ในคอของนายสุรเดช เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามสอบถามว่าสร้อยคอทองคำที่เหลือเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน แต่นายสุรเดชไม่ยอมบอกที่ซ่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยชาวบ้านและเจ้าของร้านทองสยามจึงได้กระจายกำลังกันค้นหาจนพบห่อยาเส้นถูกซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้าข้างบ้าน เมื่อเปิดดูข้างในพบเป็นสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท ส่วนสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ที่เหลือยังค้นหาไม่เจอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายสุรเดชไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ท่าเรือ

นายชัยยศ ซิปเข เจ้าของร้านทองสยาม บอกว่า ตอนเกิดเหตุ นายสุรเดชได้ทำทีมาขอซื้อสร้อยคอทองคำ ระหว่างนั้น นายสุรเดชก็ขอดูสร้อยน้ำหนัก 2 บาท จำนวน 2 เส้น พอลองสวมดูแล้วก็บอกสร้อยเส้นใหญ่ไป จึงได้ชี้ไปที่สร้อยคอหนัก 1 บาท จากนั้นนายสุรเดชได้นำสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สวมใส่ที่คอ แล้วก็อาศัยจังหวะที่ตนเผลอ หยิบเอาสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท 2 เส้น รวม 5 บาท เดินออกจากร้านไป อีกทั้ง นายสุรเดช ตนก็รู้จักด้วยจึงได้ขับรถตามไปที่บ้านพบนายสุรเดชนั่งอยู่ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม ตอนนี้ได้สร้อยคอทองคำกลับคืนมาเพียง 3 บาท ส่วนอีก 2 บาท ยังหาไม่พบซึ่งนายสุรเดชไม่ยอมบอกว่านำไปซ่อนไว้ที่ไหน
ภายหลัง พ.ต.อ.สมบัติ โพธิ์งาม ผกก.สภ.ท่าเรือกาญจนบุรี ได้สอบสวน นายสุรเดช จนยอมรับสารภาพบอกที่ซ่อนทองอีก 2 บาท จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเรือ นำกำลังลงพื้นที่ชุนเล่าจ๋ออีกครั้งไปค้นหาจนพบสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ถูกซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้าซึ่งใกล้ๆ กับจุดแรกที่เจอสร้อยคอทองคำ 2 บาท ซุกในห่อยาเส้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสุรเดช ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

