สปสช. ชู “รพ.แม่ตื่น” ยกระดับบริการสุขภาพ ดูแล-รักษาประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

22.06.23 | 17:33 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 1 เชียงใหม่ เดินทางลงพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมชมการจัดบริการสุขภาพนวัตกรรมรูปแบบใหม่ในพื้นที่ห่างไกล ณ โรงพยาบาล (รพ.) แม่ตื่น

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า รพ.แม่ตื่น เดิมมีสถานะเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านใหม่ แต่เนื่องจากพื้นที่ ต.แม่ตื่น ตั้งอยู่ห่างไกลจาก รพ.อมก๋อย เกือบ 80 กิโลเมตร (กม.) ต้องใช้เวลาเดินทางถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้การบริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมีประสิทธิภาพ จึงมีการยกระดับเป็นโรงพยาบาลขนาด 10 เตียง เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2564 และเพิ่งขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง โดยเปลี่ยนแปลงจากหน่วยบริการปฐมภูมิ เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2565 ปัจจุบันมีบุคลากรประกอบด้วย แพทย์ 3 คน ทันตแพทย์ 1 คน เภสัชกร 1 คน พยาบาล 13 คน และนักเทคนิคการแพทย์ 1 คน ให้บริการทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยฉุกเฉิน ห้องคลอด ฝากครรภ์ วัคซีน คลินิกพิเศษ โรคเรื้อรัง ยาเสพติด ทันตกรรม และ คลินิกแผนไทย ดูแลประชากรกว่า 16,000 คน ในจำนวนนี้เป็นสิทธิบัตรทอง 14,000 คน“ขอชื่นชม รพ.แม่ตื่น ที่เป็นโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลที่ให้บริการประชาชนทุรกันดารในเขตพื้นที่ อ.อมก๋อย ซึ่งให้บริการงานในการลงพื้นที่บริการตรวจสุขภาพให้กับประชาชนแบบบูรณาการ เข้าไปบริการเชิงรุก ทั้งด้านการส่งเสริม ป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟูสภาพ ซึ่งการให้บริการเชิงรุกนี้ เป็นการให้บริการสุขภาพที่เข้าสู่ชุมชนเพื่อมุ่งเน้นให้บริการทางด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั้งเจ็บป่วยและยังไม่เจ็บป่วย การดูแลสุขภาพปฐมภูมิ และงานสุขภาพชุมชน เป็นระบบงานสุขภาพที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่การเน้นการทำงานเชิงรุกและการดูแลรักษาความเจ็บป่วยอย่างบูรณาการสอดคล้องกับวิถีชุมชนเพราะเป็นบริการสุขภาพที่ใกล้ชิดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชุมชน” ทพ.อรรถพร กล่าวด้าน นพ.ธนชล วงศ์หิรัญเดชา รักษาการผู้อำนวยการ รพ.แม่ตื่น กล่าวว่า รพ.แม่ตื่น ให้บริการรักษาพยาบาล และยังทำงานปฐมภูมิเชิงรุกซึ่งเป็นภารกิจต่อเนื่องจากเมื่อครั้งมีสถานะเป็น รพ.สต.บ้านใหม่ โดยการลงพื้นที่บริการตรวจสุขภาพให้กับประชาชนแบบบูรณาการ ทั้งด้านการส่งเสริม ป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟูสภาพ และเนื่องจากในพื้นที่รับผิดชอบ 8 หมู่บ้าน มี 2 หมู่บ้าน ที่เป็นพื้นที่ภูเขาสูง การจัดบริการปฐมภูมิเชิงรุกจึงมีความพิเศษเฉพาะพื้นที่ กล่าวคือการให้บริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในพื้นที่สูง ซึ่งต้องออกบริการเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคเบื้องต้นโดยเฉพาะงานอนามัยแม่และเด็ก

“เนื่องจากด้วยสภาพภูมิประเทศที่ลำบากต่อการเดินทางทำให้มีประเด็นของหญิงหลังคลอดเสียชีวิต คลอดลูกที่บ้าน หรือหนักสุดคือไม่เข้ารับบริการฝากครรภ์ก็มี จุดเด่นของบริการเชิงรุกในพื้นที่สูงอยู่ที่การติดตามเยี่ยมและให้บริการเบื้องต้น การค้นหาหญิงตั้งครรภ์ในระดับชุมชน การให้บริการวางแผนครอบครัวในชุมชน ซึ่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จะมีความสำคัญในการดำเนินงานเชิงรุก รวมทั้งการทำงานเป็นทีมร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาในพื้นที่ซึ่งอยู่กระจายทุกกลุ่มบ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่สนับสนุนด้านต่างๆ ทำให้การทำงานเชิงรุกของ รพ.แม่ตื่น มีความโดดเด่น ซึ่งการที่ สปสช. ลงพื้นที่มาเยี่ยมชมงานในครั้งนี้ นอกจากต้องการให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานแล้ว ยังจะรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเพราะนำข้อมูลกลับไปปรับปรุงนโยบายหรือกฎเกณฑ์ให้หน่วยบริการแนวหน้าทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนในพื้นที่สูงได้รับบริการเหมือนเช่นเดียวกับประชาชนพื้นราบ” นพ.ธนชล กล่าววันเดียวกัน หลังจากเยี่ยมชมการดำเนินงานของ รพ.แม่ตื่น แล้ว ทพ.อรรถพร และคณะผู้บริหาร สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ ได้เดินทางต่อไปยัง อบต.ม่อนจอง อ.อมก๋อย เพื่อมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ภายใต้โครงการสนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่สำหรับบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ประจำปี 2566 จากนั้นในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ มีแผนเดินทางไปยัง รพ.สันป่าตอง อ.สันป่าตอง เพื่อรับฟังสรุปเรื่องการบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตผ่านทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ (APD) พร้อมทั้งเดินทางไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ใช้เครื่อง APD ในการบำบัดทดแทนไตอีกด้วย