วันที่ 23 ธันวาคม 2559 จากกรณีชาวบ้านใน ต.ภูดิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ชาวบ้าน 3 หมู่บ้านประกอบด้วย บ้านค่ายลูกเสือ ม.2 บ้านสว่าง ม.1 และบ้านภูทอง ม.14 อย่างน้อยกว่า 180 ครัวเรือน เดือดร้อนอย่างหนัก เพราะสถานีสูบน้ำที่ 2 โครงการจัดหาแหล่งน้ำช่วยเหลือราษฎรในเขตนิคมสร้างตนเองลำปาวอันเนื่องจากพระราชดำริ ซึ่งส่งน้ำไปยังหมู่บ้านใน ต.ภูดิน และอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลภูดิน เกิดชำรุดไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้ชาวบ้านขาดแคลนน้ำอย่างหนักมานานกว่า 4 เดือน บางรายต้องซื้อน้ำทำให้มีภาระเพิ่มขึ้น ชาวบ้านเคยขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลตำบลภูดิน แต่กลับนำเงินงบประมาณไปใช้ทำอย่างอื่นแทน และร้องขอไปยังหน่วยงานภาครัฐก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ
ล่าสุดนายนาค ปรีวาสนา นายกเทศมนตรีตำบลภูดิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่กองช่องเทศบาลตำบลภูดิน ได้นำเครื่องสูบน้ำของเทศบาลไปทำการติดตั้งแทนเครื่องสูบน้ำของเอกชนที่ชนะประมูลแต่ก็ยังไม่สามารถสูบน้ำได้ อีกทั้งเครื่องสูบน้ำของประปาบ้านสว่าง ม.1 ก็ไหม้พังเสียหายจึงทำให้ชาวบ้านยังคงขาดน้ำเหมือนเดิม และยังคงไร้เงาหน่วยงานภาครัฐของทางจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าไปให้การช่วยเหลือ ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความช่วยเหลือโดยด่วน พร้อมเรียกร้องให้สตง.กาฬสินธุ์ และปปท.เข้ามาตรวจสอบโครงการเงินจ่ายขาดเงินสะสมประจำปี 2559 ที่ เทศบาลตำบลภูดินไม่นำมาซ่อมสถานีสูบน้ำ แต่นำไปทำการขุดลอก ซึ่งชาวบ้านกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์ และตรวจสอบโครงการก่อสร้างระบบประปาที่กำลังก่อสร้างอยู่ปัจจุบัน
นายไพมณี เหล่าขัตติยะ อายุ 53 ปี ชาวบ้านสว่าง ม.1 กล่าวว่า สำหรับปัญหานี้แม้จะเกิดขึ้นมานานกว่า 4 เดือน และชาวบ้านได้ร้องขอความช่วยเหลือทั้งเทศบาลภูดิน และหน่วยงานรัฐของจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ยังก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ยังคงปล่อยให้ชาวบ้านเผชิญชะตากรรมทนทุกข์ทรมาน จึงขอวิงวอนไปยังพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเร่งช่วยเหลือให้กับชาวบ้านด้วย ที่ผ่านมาชาวบ้านในตำบลภูดินได้เสียสละพื้นที่บ้านและพื้นที่นา เพื่อสร้างเขื่อนลำปาวและอพยพมาอยู่บนพื้นที่นี้แล้ว แต่กลับถูกเมินจากหน่วยงานภาครัฐ

“ชาวบ้านประสบกับความเดือดร้อนยืดเยื้อยาวนาน แต่ทางเทศบาลกลับไม่ดำเนินการแก้ปัญหาสถานีสูบน้ำและระบบประปาทั้งระบบ เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำกินน้ำใช้ กลับนำงบประมาณโดยเฉพาะงบประมาณเงินจ่ายขาดเงินสะสมประจำปี 2559 จำนวนหลายล้านบาท ไปดำเนินการขุดสระเก็บน้ำในเขื่อนลำปาว อ้างว่าเป็นแก้มลิง ซึ่งที่จริงแล้วโครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นความต้องการของประชาชน ทราบว่าเทศบาลได้งบประมาณจากส่วนกลางมาอีกกล่าว 10 ล้านบาท เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานีสูบน้ำและระบบประปาอีกด้วย ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสตง.กาฬสินธุ์ ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ทหาร และปปท.เข้ามาตรวจสอบด้วย” นายไพมณี กล่าว
ด้านนายทองใบ หงส์แก้ว ผู้ใหญ่บ้านสว่าง ม.1 กล่าวว่า สำหรับสถานีสูบน้ำโครงการจัดหาแหล่งน้ำช่วยเหลือราษฎรในเขตนิคมสร้างตนเองลำปาวอันเนื่องจากพระราชดำรินั้นถือเป็นการสูบน้ำที่หล่อเลี้ยงชาวบ้านในตำบลภูดิน เพราะจะต้องสูบน้ำจากเขื่อนขึ้นมายังระบบประปาให้กับหมู่บ้านต่างๆ แต่ปัจจุบันไม่สามารถสูบขึ้นมาได้ ทำให้ชาวบ้านอย่างน้อย 7-8 หมู่บ้านต้องประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพอ และไม่มีน้ำต่อการปลูกพืชผักสวนครัว แต่ที่ประสบปัญหาหนักสุดคือบ้านค่ายลูกเสือ ม.2 บ้านสว่าง ม.1 และบ้านภูทอง ม.14 เนื่องจากไม่มีน้ำอุปโภคบริโภคเลย ทั้งที่ติดอยู่กับเขื่อนลำปาว จึงอยากให้ทางเทศบาลตำบลภูดินเร่งแก้ไขปัญหา โดยเน้นความจำเป็นและปัญหาความเดือดร้อนหนักๆก่อนด้วย

