ระดม ตม.ครึ่งร้อย ปิดซอยย่านสุขุมวิท-อโศก ต้อนจับต่างด้าวเร่ขายอาหาร-เปิดแผงขายของ ผิด กม.
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) สั่งการให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1 ซึ่งรับผิดชอบ พื้นที่กรุงเทพมหานคร และ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. รับผิดชอบหน้างานสืบสวน ร่วมประชุมสั่งการระดม กก.สืบสวน บก.ตม.1 กก.1, 2, 4 และ กก.ปอพ. บก.สส.สตม. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างบุคคลต่างด้าวพื้นที่เป้าหมายบริเวณ ถ.สุขุมวิท ตั้งแต่ย่านนานาถึงอโศก เมื่อค่ำวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ต่อมา พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม.,
พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม. และ พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 บูรณาการ ออกปฏิบัติการต่อเนื่องตลอดริมทางเท้าย่านปิดหัวซอยท้ายซอย รวมถึงริมถนนสุขุมวิท ผลการปฏิบัติจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียนมา 9 คน กัมพูชา 2 คน ลาว 1 คน เวียดนาม 1 คน และบุคคลซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน 1 คน นอกจากนี้เชื่อมโยงถึงนายจ้างคนไทย และจับกุมดำเนินคดีข้อหารับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 คน รวมผู้ต้องหา 16 คน

พล.ต.ต.พันธนะกล่าวว่า พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. เป็นหน่วยงานหลัก ในการดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยผู้ต้องหาส่วนใหญ่ถูกจับกุมขณะเร่ขายอาหารและเสื้อผ้า โดยใช้รถเข็นเคลื่อนที่ และแผงลอยแบบชั่วคราว บางส่วนเมื่อสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่พยายามจะหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมพื้นที่ไว้อย่างรัดกุมจึงสามารถจับกุมได้

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะอนันต์กล่าวว่า ทั้งนี้ผู้ถูกจับบางรายไม่สามารถแสดงเอกสารหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ บางรายมีหนังสือเดินทางแต่การอนุญาตสิ้นสุด หรือได้รับการผ่อนผันการตรวจลงตราให้เดินทางเข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามการเร่ขายสินค้านั้นเป็นงานต้องห้าม คนต่างด้าวไม่สามารถทำได้ อันเป็นความผิดตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 สำหรับตัวบุคคลต่างด้าวมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท ส่วนนายจ้างจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 100,000 บาท และมีโทษจำคุกด้วย

