‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่งผู้ต้องหาค้ามนุษย์มือฆ่าฝังศพ ‘โรฮีนจา’ ที่สงขลาให้ตำรวจมาเลย์

23.06.23 | 12:50 น.

‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่งผู้ต้องหาค้ามนุษย์มือฆ่าฝังศพ ‘โรฮีนจา’ ที่สงขลาให้ตำรวจมาเลย์

กรณีเมื่อประมาณเดือน พ.ค.58 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารพบศพผู้เสียชีวิตและศพที่ถูกฝังไว้รวมกันกว่า 30 ศพ บริเวณแคมป์คนงานกลางป่าบนเขาแก้ว พื้นที่หมู่ 8 บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และขยายผลพบหลุมศพในพื้นที่รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย จำนวน 180 ศพ จากการสืบสวนทราบว่าทั้งหมดเป็นศพของชาวโรฮีนจา ที่ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร และหลบซ่อนบริเวณค่ายกักกันดังกล่าว เพื่อรอส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ซึ่งมีการจับกุมและดำเนินคดีผู้ต้องหาซึ่งมีผู้ร่วมขบวนการทั้งทหาร ตำรวจ และนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนมาก รวมทั้งดำเนินคดีค้ามนุษย์ที่สหพันธรัฐมาเลเซีย ต่อมาทางการมาเลเซียออกหมายจับและหมายแดงตำรวจสากล รวมทั้งประสานงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหา

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่สมาคมพนักงานสอบสวน สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งฐานะ รอง ผอ.ศพดส.ตร. ช่วงปี 65 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุด ศพดส.ตร. ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามที่ได้รับการประสานความร่วมมือจากทางการมาเลเซียจากทั้งหมด 9 รายติดตามจับกุมได้ 4 ราย คือ 1.นายสมพล อาดำ สัญชาติไทย 2.นายบุญเย็น นีซาละห์ สัญชาติไทย 3.นายอรุณ แก้วฟ้านอก สัญชาติไทย และ 4.นายเจ๊ะปา ลาปีอี สัญชาติไทย หลังจากเจ้าหน้าที่ ศพดส.ตร. จับกุมผู้ต้องหาแล้วนั้นทางการมาเลเซียขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนและศาลมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ไปดำเนินคดีที่ประเทศมาเลเซียตามคำร้องขอ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซียเดินทางมายังสนามบินดอนเมือง เพื่อมารับตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งมอบตัวซึ่งเป็นไปตามสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งไทยและมาเลเซียได้มีพันธสัญญากัน โดยประเทศไทยนั้นมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนประเทศอื่นๆ มากกว่า 10 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีน เกาหลีใต้ เป็นต้น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า หลังจากที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับการประสานงานจากทางการมาเลเซียให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ซึ่งได้กระทำผิดตั้งแต่ช่วงปี 58 ต่อเนื่องทั้งในมาเลเซียและประเทศไทย ต่อมาติดตามจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติไทยได้จำนวน 4 ราย ทางการมาเลเซียจึงทำเรื่องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน วันนี้ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซียเดินทางมารับตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศมาเลเซียแล้ว นับเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในระดับชาติที่สำคัญอีกครั้งระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งได้ประสานความร่วมมือกันมาอย่างยาวนานและจะสานต่อความร่วมมือนี้ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพต่อไป