เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) และ ว่าที่ร.ต.ธนกร สถานานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รรท.รอง ผบ.ตร. เพื่อชี้แจงและซักซ้อมความร่วมมือเกี่ยวกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ตกเป็นผู้เสียหาย ตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 เป็นกฎหมายที่กรมคุ้มครองสิทธิฯรับผิดชอบ และมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญตามมาตรา6/1กล่าวคือ การให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้เสียหาย หรือทายาท ซึ่งได้รับความเสียหายมาร้องทุกข์ทราบถึงสิทธิการได้รับค่าตอบแทนตามพ.ร.บ.นี้

น.ส.ปิติกาญจน์ กล่าวว่า ในปี 2555 กรมคุ้มครองสิทธิฯได้ขอความร่วมมือตร. เพื่อให้พนักงานสอบสวนแจ้งสิทธิผู้เสียหายที่ได้รับตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ และต่อมาในปี 2557 กรมคุ้มครองสิทธิฯกับตร. ได้จัดทำบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือประชาชน ตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลย ในคดีอาญา พ.ศ. 2544 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2557 ภายหลังการทำบันทึกความร่วมมือดังกล่าว ได้มีการประกาศแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และมอบหมายให้ตร. เป็นสำนักงานตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ พร้อมทั้งยังกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเพื่ออำนวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
น.ส.ปิติกาญจน์ กล่าวต่อว่า การหารือและซักซ้อมความร่วมมือกับตร.ในวันนี้ จึงเป็นการหารือเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวน ต้องทำหน้าที่เพื่อรองรับบทบัญญัติตามกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมที่ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือถูกข่มขืน เข้าถึงสิทธิในการได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยผลการหารือสรุปได้ ดังนี้ 1.พนักงานสอบสวนจะทำการแจ้งสิทธิให้ผู้เสียหายหรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย ตามฐานความผิดท้ายพ.ร.บ.ที่มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ทราบถึงสิทธิการได้รับค่าตอบแทนผู้เสียหาย โดยจะแจ้งให้ทราบถึงสถานที่ยื่นสิทธิที่อาจได้รับ ตลอดจนเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการยื่น และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และ2.ในกรณีที่ผู้เสียหายหรือทายาท มีความประสงค์จะยื่นต่อพนักงานสอบสวนให้พนักงานสอบสวนรับคำขอ พร้อมเอกสารหลักฐานไว้ และ3.หลังจากพนักงานสอบสวนได้แจ้งสิทธิหรือรับคำขอแล้วแต่กรณี ผู้เสียหายหรือทายาทจะได้รับสำเนาบันทึกการแจ้งสิทธิและแบบรับคำขอ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนต้นฉบับจะส่งให้กรมคุ้มครองสิทธิฯดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ตร.และกรมคุ้มครองสิทธิฯจะได้ร่วมกันพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลผู้เสียหายในคดีอาญาที่จำเป็นต่อการพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามพ.ร.บ.นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ง่ายต่อการเข้าถึงการบริการมากยิ่งขึ้น

