แนวโน้ม “ไทย” กับ…ภัยแล้งปี′59

17.01.16 | 10:37 น.

ปี 2558 มักจะได้ยินการกล่าวขานว่าไทยจะประสบกับภาวะภัยแล้งมาโดยตลอด เพราะภัยแล้งเป็นที่มาของภัยด้านอื่นๆ สารพัด โดยเฉพาะภัยทางเศรษฐกิจ เนื่องมาจากประเทศไทยต้องพึ่งพาสินค้าทางการเกษตร ต้องอาศัยน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ

ถ้าไม่มีน้ำเศรษฐกิจก็ไม่ขับเคลื่อน สังคมก็ไม่เคลื่อนไหวหรือเคลื่อนไหวน้อย ส่งผลให้เกิดอาการหวาดกลัวว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่

นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสดา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) สะท้อนถึงภาวะภัยแล้งว่า จากการติดตามตัวชี้วัดทำให้ทราบว่าในฤดูฝนของปี 2558 ไทยจะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญรุนแรงขึ้นเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย ทั้งเกาหลีเหนือ จีน ไต้หวัน และอินเดีย
“อาจส่งผลไปจนถึงปี 2559 ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะรุนแรงเท่ากับปี 2540 ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เอลนิโญครั้งที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ยังมีปัจจัยอีก 2 ประการ คือ การแปรผันของมวลน้ำในมหาสมุทรอินเดียที่อาจบรรเทาภัยแล้งได้บ้าง โดยอาจทำให้เกิดฝนระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน 2558

อีกปัจจัยคือ ปรากฏการณ์ MJO (Madden-Julian Oscillation) ที่จะทำให้เกิดมรสุมรุนแรงขึ้นเป็นช่วงๆ วงรอบสั้นๆ ประมาณ 30-60 วัน การคาดการณ์ปริมาณฝนในเดือนกรกฎาคม 2558 จะน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 18% เดือนสิงหาคม 2558 จะน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 10% และเดือนกันยายน 2558 จะน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 5-6% เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2558 จะกลับเข้าสู่ค่าเฉลี่ย” นายอานนท์ระบุ

ขณะเดียวกัน ที่สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) ของ วท.เช่นเดียวกัน ได้รายงานปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องจ่ายน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาคือ เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 ถือเป็นวันสิ้นสุดฤดูฝน มีน้ำรวมทั้งสิ้น 4,247 ล้านลูกบาศก์เมตร น้อยกว่าปี 2556 และปี 2557 ซึ่งมี 8,153 และ 6,777 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ ปริมาณน้ำจำนวนดังกล่าวถือว่าน้อยที่สุดในรอบ 50 ปี ทำให้น้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร โดยเฉพาะพืชที่ต้องใช้น้ำเยอะ

Advertisement

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรังในฤดูแล้ง เพราะน้ำที่มีอยู่แค่ 4,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตรนั้น เพียงพอสำหรับอุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศ และเพาะปลูกพืชบางอย่างที่ใช้น้ำน้อยๆ เท่านั้น

หนักกว่านั้นในส่วนขององค์การพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนายธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า โลกกำลังจะเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนิโญที่แรงที่สุดที่มีการบันทึกในประวัติศาสตร์

โดยครั้งที่ว่าแรงแล้วคือ ปี ค.ศ.1997-1998 (พ.ศ.2540-2541) ที่อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางมีค่า 2.8 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ย

แต่การวัดล่าสุดในปีนี้พบว่าอุณหภูมิสูงสุดของพื้นผิวน้ำทะเลมีค่า 2.8 องศาเซลเซียส ในวันที่ 4 พฤศจิกายน และเพิ่มเป็น 3.1 องศาเซลเซียส ในวันที่ 18 พฤศจิกายน เป็นค่าสูงสุดกว่าค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิสูงสุดของพื้นผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง

ชี้ชัดถึงความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนิโญหรือภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้น และส่งผลกระทบมหาศาล

นายธาราระบุอีกว่า ในปี 2540 เอลนิโญก่อให้เกิดสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว คร่าชีวิตคน 20,000 ราย ก่อให้เกิดความเสียหายจากภัยแล้งยาวนาน ไฟ อุทกภัย พายุหมุน และดินถล่ม รวมกันคิดเป็นมูลค่าราว 9.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เตรียมตัวรับมือกับธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ปั่นป่วน แล้วคิดดูว่าปี 2559 ที่ปรากฏการณ์เอลนิโญรุนแรงกว่าเท่าตัวจะมีสภาพอย่างไร

สำหรับไทยมีการเตรียมการรับมือความแห้งแล้งรุนแรงและยาวนานทุกภาคส่วนทุกหน่วยงานทุกกระทรวงรวมกันไม่น่าจะต่ำกว่า500ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการขุดลอกบ่อน้ำ แจกจ่ายน้ำเพื่อแก้ปัญหาแห้งแล้งเฉพาะหน้า

ในส่วนกระทรวงแรงงาน ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 อนุมัติโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการสร้างงาน 4 โครงการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งในปี 2558-2559 ภายใต้งบประมาณ 2,500 ล้านบาท

ขณะที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็ร่วมมือกับ ก.พ.ร.ฝึกอบรมอาชีพให้กับเกษตรกรและครอบครัว เนื่องจาก ก.พ.ร.มีความพร้อมด้านครูฝึก สถานที่ รวมถึงหลักสูตรการฝึกอาชีพที่มีกว่า 1,350 หลักสูตร ให้ได้เลือกฝึกอบรม

มีข้อกำหนดเบื้องต้นว่า หากเกษตรกรคนใดที่ต้องการเข้าร่วมโครงการกู้ยืมเงินของ ธ.ก.ส. ต้องผ่านการฝึกอบรมอาชีพของ ก.พ.ร.และมีใบรับรองการฝึก จึงสามารถยื่นเรื่องเพื่อขอกู้เงินได้

ทั้งนี้ ธ.ก.ส.กำหนดให้กู้ไม่เกินครัวเรือนละ 50,000 บาท มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี ซึ่ง ธ.ก.ส.ตั้งเป้าจะปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกรประมาณ 50,000 ครัวเรือน ซึ่งเกษตรกรและคนในครอบครัวที่ว่างงานเนื่องจากผลของภัยแล้ง สามารถแจ้งความจำนงเพื่อขอเข้ารับการฝึกอบรมได้โดยลงทะเบียนผ่านทาง ธ.ก.ส. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม เบื้องต้นจะเน้นเกษตรกรใน 22 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ครั้นมามองถึงภาวะภัยแล้งที่ผลกระทบด้านสุขภาพ

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ผลกระทบด้านสุขภาพย่อมเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งเรียกว่ามาจากภาวการณ์เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างสุดขั้วคือ โซนหนึ่งร้อน แล้ง อีกโซนอาจเกิดฝนตกหนัก ล้วนมีผลต่อระบบนิเวศวิทยา ทำให้สัตว์เกิดการเปลี่ยนแปลง

“ปัจจุบันสัตว์ถือเป็นแหล่งกักโรคอยู่แล้ว แต่เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงไป ระบบนิเวศวิทยาแปรปรวน ย่อมทำให้สัตว์พวกนี้กระจายโรคมากขึ้น เช่น เมื่อเกิดภัยแล้งมากๆ จนเมื่อเกิดฝนตก น้ำท่วมขัง สัตว์ที่มีพาหะของโรคต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งรอเวลาในการวางไข่หรือแพร่โรคจะระเบิดเชื้อโรคออกมาทันที สัตว์ที่เป็นพาหะจะมีทั้งยุง ริ้น ไร ตัวทราย หรือแม้กระทั่งสัตว์ฟันแทะทุกชนิด รวมทั้งสุนัขและแมวด้วย” ศ.นพ.ธีระวัฒน์บอก

และว่า โรคที่จะมากับสัตว์พวกนี้ที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษคือ โรคไข้เลือดออก เป็นชื่อรวมๆ ของโรค แต่ที่เรารู้จักคือ โรคไข้เลือดออกจากไวรัสเดงกี่ (Dengue virus) ซึ่งมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ แต่จริงๆ ยังมีเชื้ออื่นๆ เช่น ไวรัสซิก้า (Zika) จากยุงเป็นพาหะ ปัญหาของไข้เลือดออกอยู่ที่การวินิจฉัยทำได้ยาก แม้จะมีเครื่องมือตรวจก็บอกไม่ได้ 100% ต้องติดตามอาการเป็นระยะ

นอกนั้นยังมีโรคลิชมาเนียที่เกิดจากการกัดของริ้นฝอยทราย ก่อโรคได้ทั้งในคนและสัตว์อีกหลายชนิด เช่น หนู สุนัข แมว ม้า วัว กระรอก และกระแต เป็นต้น ซึ่งลิชมาเนียมีมากกว่า 20 ชนิดที่สามารถทำให้เกิดโรคในคนได้ ซึ่งอาการจะทำให้ผิวหนังเป็นแผลพุพอง หากรุนแรงจะทำให้อวัยวะภายในผิดปกติ ทั้งตับและม้าม ต้องรักษายาวนานร่วมปี

ยิ่งผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำจะทำให้ติดเชื้อง่ายและรุนแรง การป้องกันที่ดีที่สุดคือ กำจัดต้นตอแหล่งกำเนิดพาหะอย่างริ้น ฝอยทราย ด้วยการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในบ้านและในชุมชนให้สะอาด

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม ที่ประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รายงานสถานการณ์ภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าว่าประมาณเดือนเมษายนเป็นต้นไป ปรากฏการณ์เอลนิโญ หรือเอนโซ จะเปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นกลาง ส่งผลให้ทวีปเอเชียมีฝนตกมากขึ้น

นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการ สสนก.อธิบายเพิ่มเติมว่า ในส่วนของไทยหลังจากเดือนเมษายนเป็นต้นไป สถานการณ์ภัยแล้งจะไม่มีความรุนแรงเหมือนที่คาดการณ์เอาไว้ ฝนจะตกตามปกติ แต่ช่วงก่อนเดือนเมษายนประเทศไทยยังต้องรับมือกับภาวะภัยแล้งที่หนักและค่อนข้างรุนแรงพอสมควร จึงไม่อยากให้เกิดการชะล่าใจ โดยทุกฝ่ายทุกคนยังต้องช่วยกันประหยัดน้ำอยู่เช่นเดิม

ถือเป็นข่าวดีมิใช่น้อย แต่ใช่ว่าจะให้ทุกคนประมาท

และเพื่อไม่ให้ตั้งอยู่บนความประมาท ทุกคนจึงคงต้องประหยัดการใช้น้ำอยู่เช่นเดิม เพราะไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่!?!