วันที่ 23 ธันวาคม 2559 บริเวณทุ่งนา หมู่ที่ 4 ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง พบคนงานหลายคนกำลังเร่งนำรถไถลากรถอัดฟางก้อน วนเก็บฟางแห้งที่ชาวนาได้เก็บเกี่ยวข้าวแล้วนำไปขาย เพื่อนำฟางที่อัดเป็นก้อนนำส่งขายฟาร์มโคนมในจังหวัดต่าง ๆ ใกล้เคียง เป็นอาหารเสริมให้กับวัยนมยามหน้าแล้ง
จากการสอบถามนายยุวชน สุขนิมิต อายุ 40 ปี พ่อค้าฟาง อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เปิดเผยว่า ตอนนี้ธุรกิจรับซื้อฟางนำไปอัดก้อนขายฟาร์มโคนม โดยจะรับซื้อฟางจากเจ้าของนาหลายราคาขึ้นอยู่กับสภาพความชื้นของฟางข้าง พันธุ์ข้าว ซึ่งฟางที่จำนำไปเลี้ยงวัวนมจะต้องเป็นฟางพันธุ์ข้าวหอมคุณภาพดีที่นิยมปลูกกันมากในแถบภาคกลาง โดยจะรับซื้อที่ราคาตั้งแต่ 60 – 80 บาทต่อไร่ จากนั้นจะใช้รถทำการอัดก้อนฟางเพื่อรอพ่อค้าคนกลางมารับซื้อไปขายต่อที่ฟาร์มโคนมที่ตั้งอยู่ในจังหวัดลพบุรี สระบุรี และนครราชสีมา ขายในราคาตามท้องตลาด 1 ก้อน หนัก 20 กิโลกรัม ราคา 14 บาท เมื่อขนส่งไปถึงปลายทางจะขายให้ฟาร์มโคนม ในราคาประมาณ 24 บาท แต่ในช่วงนี้ประสบปัญหาด้านการตลาด เนื่องจากชาวนาได้ทำนาพร้อมกันหลังเจอภัยแล้งเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้เกี่ยวข้าวพร้อมกันประกอบกับธุรกิจการอัดฟางก้อนมีจำนวนมากขึ้น ส่งผลทำให้ฟางแห้งในตลาดมีมากขึ้นถึงขนาดผู้ประกอบการบางรายต้องยอมขายฟางอัดก้อนในราคาเท่าทุนก้อนละ 10 บาท ซึ่งต่างจากช่วงหน้าฝนที่ฟางอัดก้อนจะมีราคาขยับตัวสูงขึ้นถึงก้อนละ 40 บาท แต่ก็มีปัญหาตามมาในเรื่องของความชื้น และรถอัดฟางไม่สามารถลงไปอัดฟางได้เพราะดินอ่อน
ด้านการขนส่งนั้น นายยุวชนกล่าวว่า ถ้าขนฟางอัดก้อนไปขายเป็นจำนวนน้อยก็จะทำให้ขาดทุน จึงจำเป็นต้องขนส่งกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เนื่องจากจะต้องบรรทุกฟางสูงกว่าตัวรถ และในช่วงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กวดขันบรรดารถบรรทุกฟางปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ถึงผู้ประกอบการจะมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถพอที่จะนำไปเลี้ยงครอบครัวและจ้างงานได้ต่อไป

