หน้าแรก ในประเทศ สู้ภัยแล้ง! ช...

สู้ภัยแล้ง! ชัยนาท ระดมพญานาคกว่า 40 ตัว สูบน้ำเข้านา รับมือฝนทิ้งช่วง

25.06.23 | 09:59 น.

สู้ภัยแล้ง! ชัยนาท ระดมพญานาคกว่า 40 ตัว สูบน้ำเข้านา รับมือฝนทิ้งช่วง

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่บริเวณคลองนางลือ ต.นางลือ อ.เมือง จ.ชัยนาท ชาวนาได้ระดมเครื่องสูบน้ำ และท่อพญานาคกว่า 40 ตัว มาช่วยกันสูบน้ำ เข้าคลองส่งน้ำนางลือ เพื่อส่งน้ำไปเลี้ยงข้าวในพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ ที่กำลังต้องการน้ำ เพราะในพื้นที่ประสบภาวะฝนทิ้งช่วงจากปรากฏการณ์เอลนิโญ ทำให้ไม่มีฝนตกมานานหลายเดือน จึงจำเป็นต้องสูบน้ำจากแม่น้ำท่าจีนมาทดแทนน้ำฝน แม้จะต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าน้ำมัน แต่ชาวบ้านบอกว่าจำเป็นต้องทำ เพราะไม่อย่างนั้นต้นข้าวที่ลงทุนปลูกไป ก็จะเสียหายขาดทุน

นายนฤนาท สุขนิล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.นางลือ เปิดเผยว่า ในพื้นที่ชาวบ้านกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ประกอบอาชีพทำนา ในปีนี้แม้รู้ว่าจะต้องเจอกับปัญหาภัยแล้ง แต่ชาวบ้านก็จำเป็นต้องสู้ เพราะถ้าไม่ทำนา ชาวบ้านก็ไม่มีอาชีพอื่นที่จะสร้างรายได้ จึงตกลงที่จะระดมกำลังเอาเครื่องสูบน้ำมาช่วยกัน เพื่อให้นาข้าวรอดพ้นภัยแล้งไปให้ได้

ส่วนสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานกักเก็บ 16.50 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) โดยวันนี้เข้าวันที่ 197 (ระดับ 16.50 ม.รทก.ครั้งล่าสุด 10 ธันวาคม 2565) ซึ่งล่าสุดวัดได้ 14.60 ม.รทก.

ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลจากเหนือเขื่อนผ่าน จ.นครสวรรค์ เข้ามาในอัตราวัดได้ล่าสุด 320 ลบ.ม./วินาที โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนเองก็อยู่ในระดับต่ำ วัดได้ 5.41 ม.รทก. จนบางจุดสามารถเดินข้ามไปมาได้ มีสันดอนทรายโผล่ให้เห็นเป็นช่วงๆ ตลอดระยะทางหลายสิบกิโลเมตร โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงการระบายน้ำไว้ที่อัตรา 70 ลบ.ม./วิ. เพื่อรักษาระบบนิเวศ และผลักดันน้ำเค็มปากแม่น้ำเจ้าพระยา

Advertisement

จากสถานการณ์ภาพรวมที่น้ำต้นทุนในเขื่อนเจ้าพระยามีจำกัด ทางราชการจึงขอให้เกษตรกรที่ลงมือปลูกข้าวไปแล้วเมื่อครบอายุทำการเก็บเกี่ยวแล้ว ไม่ควรทำนาต่อเนื่อง เพราะในปีนี้คาดว่าฝนจะตกน้อยกว่าเกณฑ์ จากปรากฏการณ์เอลนิโญ ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับนาข้าว ซึ่งเป็นพืชที่ต้องการใช้น้ำในการเพาะปลูกค่อนข้างมาก จึงควรงดที่จะทำนาต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยง โดยให้หันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน ซึ่งสามารถขอคำปรึกษาได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือเกษตรอำเภอพื้นที่ว่าสภาพดินเหมาะสมกับการปลูกพืชชนิดใด