ศาลแถลงยอดคดีปี59 “แพ่ง-ล้มละลาย”เพิ่มจากปี58-เดินหน้าระบบE-Filing ยื่นคำฟ้องปีหน้า

23.12.16 | 18:31 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 ธันวาคม ที่ห้องประชุมชั้น 12 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม และนายพิสิษฐ นิ่งน้อย ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา ร่วมแถลงผลการดำเนินงานด้านคดีของศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ประจำปี 2559

โดยนายอธิคม เปิดเผยว่า ช่วง10เดือนแรกของปี2559 มีคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้น1,736,954คดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเสร็จ1,488,890คดี มีคดีค้าง248,064คดี ขณะที่การไกล่เกลี่ยคดี มีคดีแพ่งเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท345,095คดี ไกล่เกลี่ยสำเร็จ300,932คดี ส่วนคดีอาญาเข้าสู่ระบบ12,300คดี ไกล่เกลี่ยสำเร็จ6,763คดี ศาลจะดำเนินการส่งเสริมการระงับข้อพิพาทต่อไป โดยดำเนินการเป็นโครงการส่งเสริมการระงับข้อพิพาทของภาคและศาล กับโครงการส่งเสริมพัฒนาและเผยแพร่การระงับข้อพิพาททางเลือก

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีสัญญาณที่แสดงถึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมจากสถิติคดีแพ่ง คดีล้มละลาย และคดีแรงงานที่ผ่านมาหรือไม่ นายอธิคม กล่าวว่า มีสัญญาณหรือไม่ขอให้ดูจากตัวเลขคดีทางเศรษฐกิจ เริ่มจากคดีแพ่ง ช่วง 10 เดือนแรกของปี 2559 พบว่ามี 993,229 คดี ส่วนปี 2558 ตัวเลขอยู่ที่ 750,692 คดี ขณะที่คดีล้มละลาย ในปี 2559 อยู่ที่ 5,641 คดี เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558 ตัวเลขคดีอยู่ที่5,195คดี ส่วนคดีแรงงานปี2559 มีจำนวน17,026คดี ในปี2558 อยู่ที่13,979คดี ปริมาณเพิ่มขึ้นพอสมควรจะเป็นสัญญาณหรือไม่ต้องช่วยกันพิจารณา

ทั้งนี้ นายอธิคม ยังกล่าวถึงการอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชน ว่า มีการเปิดทำการศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค หลังจากเปิดทำการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา มีคดีค้างเก่าที่โอนมาจากแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ77คดี และมีคดียื่นฟ้องใหม่151คดี ปัจจุบันศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีจำนวนคดีที่ต้องพิจารณา228คดี โดยในปี2560 จะทยอยเปิดทำการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาคขึ้น ตั้งแต่วันที่1เมษายน2560ให้ครบ9แห่ง

ด้านนายสืบพงษ์ กล่าวเสริมถึงการบริหารจัดการคดีของศาลยุติธรรมให้มีความรวดเร็วว่า ปัจจุบันศาลยุติธรรมเร่งพิจารณาคดีให้เสร็จสิ้นภายใน1ปี โดยสถิติคดีที่ผ่านมาศาลชั้นต้นพิจารณาคดีแล้วเสร็จ ในช่วงระยะเวลาไม่เกิน3เดือนมีจำนวน705,338คดี และช่วงระยะเวลาไม่เกิน6เดือนมีจำนวน187,862คดี ตัวอย่างคดีสำคัญคดีค้ามนุษย์โรฮีนจาที่อยู่ในการพิจารณาของศาล ขณะนี้ได้สืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะสืบพยานฝ่ายจำเลยเสร็จไม่เกินเดือนมีนาคม 2560

Advertisement

นอกจากนี้ นายพิสิษฐ กล่าวถึงการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่จะนำมาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในด้านคดีว่า ประธานศาลฎีกามีนโยบายต่อการพัฒนาระบบงานศาลยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก ทั่วถึง เท่าเทียมกันและเสียค่าใช้จ่ายน้อย โดยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ศาลให้คู่ความที่หมายถึงโจทก์จำเลยและทนายความดำเนินการคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาผ่านทางเว็บไซต์ได้ มีการเชื่อมโยงกับศาลยุติธรรมทั่วประเทศ หลังจากสำนักงานศาลยุติธรรมได้ออกระเบียบว่าด้วยการให้บริหารคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาระหว่างศาลยุติธรรมทั่วประเทศ พ.ศ.2559 เพื่อแก้ปัญหาการต้องใช้เวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทางโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ในปี2560 ศาลยุติธรรมได้จัดทำระบบการยื่นคำฟ้อง การส่งคำคู่ความหรือคำสั่งศาล และเอกสารอื่นโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Filing จะให้คู่ความและประชาชนที่มีคดีสามารถยื่นคำฟ้อง การส่งคำคู่ความหรือคำสั่งศาล และเอกสารอื่นโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ จะเน้นคดีที่มีลักษณะไม่ยุ่งยาก หรือซับซ้อนเกินไป เช่น คดีบัตรเครดิต คดีสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคาร คดีเช่าซื้อ จะเริ่มนำร่องที่ศาลแพ่งธนบุรี เนื่องจากมีความพร้อมทางด้านระบบแล้ว ก่อนจะขยายมาที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลแพ่งซึ่งมีคดีลักษณะดังกล่าวจำนวนมาก จึงนำไปใช้ในศาลยุติธรรมทั่วประเทศช่วงเดือนเมษายน ปี 2561 ทั้งนี้ ศาลยุติธรรมยืนยันว่าได้วางมาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของศาล โดยคู่ความที่จะใช้บริการต้องลงทะเบียนแสดงตัวตนต่อศาลให้เห็นว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ยื่นคำฟ้องและเอกสารผ่านระบบ E-Filing ซึ่งธนาคารโลก หรือ World Bank จัดลำดับความน่าเชื่อถือในการลงทุน Doing Business 2016 ของประเทศไทยกับการนำสื่อเทคโนโลยีมาใช้ในศาลยุติธรรม Court Automation เป็นปัจจัยที่จะเสริมสร้างความน่าเชื่อถือที่ต่างชาติจะนำเงินมาลงทุนในประเทศไทย