ทำไมยังไม่แจ้ง เปิดคำสั่ง’บิ๊กเด่น’แจ้งส่งคดีรีด 140 ล้าน ให้อัยการโดยด่วนตั้งแต่มีหนังสือขอตั้ง พนง.สอบสวนตั้งแต่ 21 มิ.ย.ชี้เป็นคดีตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้ลงนามคำสั่งอนุญาต แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในหนังสือเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ รอง ผบก. ปฏิบัติราชการแทนผู้บังคับการกองบังคับคดี (ปรท.ผบก.คด.) มีหนังสือด่วนที่สุดเรื่องขออนุมัติแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในคดีที่มีการกล่าวหา พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กับพวก ร่วมกันรีดทรัพย์ 140 ล้านบาท เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นที่สนใจของประชาชนและสื่อมวลชน คดีเกี่ยวพันกันหลายท้องที่ มีความยุ่งยากสลับซับซ้อนในการสืบสวนสอบสวน ดังนั้น เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและการขยายผลถึงผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควร แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนระดับ ตร. เพื่อรับผิดชอบทำการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา ของ สภ.คูคต จว.ปทุมธานี โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.(สส.) เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ กรณีเป็นอำนาจสั่งการเฉพาะของ ผบ.ตร. หากเห็นชอบขอได้โปรดลงนามในร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงาน สืบสวนสอบสวนที่แนบมาพร้อมนี้ หรือเห็นควรประการใดโปรดสั่งการ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์มีคำสั่งอนุญาตแต่งตั้งพนักงานสอบสวน ซึ่งท้ายคำสั่ง ที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ได้ลงนามไปเมื่อ 21 มิถุนายน ยังได้มีคำสั่งแนบท้ายระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน กระทำให้บุคคลสูญหาย ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ จึงให้หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน แจ้งเหตุแห่งคดี ให้พนักงานอัยการทราบ ตามมาตรา 31 วรรคสาม โดยให้เร่งรัดดำเนินการโดยด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 หมวด 4 มาตรา 31 บัญญัติไว้ว่าด้วยการดำเนินคดี บัญญัติในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น นอกจากพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ให้พนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่ พนักงานฝ่ายปกครองตำแหน่งตั้งแต่ปลัดอำเภอหรือเทียบเท่าขึ้นไปในสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการ เป็นพนักงานสอบสวน มีอำนาจสอบสวนและรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.นี้และความผิดอื่นที่เกี่ยวพันกัน
ในกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษทำการสอบสวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัตินี้คดีใด ให้คดีนั้นเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ
กรณีการสอบสวนโดยหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่พนักงานอัยการ ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแจ้งเหตุแห่งคดีให้พนักงานอัยการทราบ เพื่อเข้าตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนทันที
ในกรณีไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนท้องที่ใดหรือหน่วยงานใดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ให้อัยการสูงสุดหรือผู้ทำการแทนเป็นผู้ชี้ขาด ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้เป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินคดีต่อไปตาม พ.ร.บ.นี้ และแจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ
ซึ่งจะเห็นได้ว่ามาตรา 31 วรรคสามที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่ากรณีการสอบสวนโดยหน่วยงานอื่นที่มิใช่พนักงานอัยการให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแจ้งเหตุแห่งคดีให้พนักงานอัยการทราบเพื่อเข้าตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนทันที


