แก๊งคอลโดนรวบอีกหนึ่ง อ้างเป็นเครือข่าย ตร.บุรีรัมย์ หลอกเหยื่อโอนเงิน สูญเกือบ 2 ล้าน

27.06.23 | 07:23 น.

ตำรวจไซเบอร์​จับเครือข่ายอ้างเป็นตำรวจเมืองบุรีรัมย์ หลอกโอนเงินตรวจสอบ เหยื่อสูญเกือบ 2 ล้าน

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม ผกก.1 บก.สอท.5 ได้สั่งการ พ.ต.ท.ปริพล นาคลำภา สว.กก.1 บก.สอท.5 พร้อมชุดสืบสวน จับกุม น.ส.ปราถนา อายุ 44 ปี พักอาศัยในพื้นที่ จ.ปทุมธานี

พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงเทพ มีการเอาข้อมูลผู้เสียหายไปเปิดใช้บัตรเครดิตและค้างชำระ ให้ผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์ โดยให้โอนสายไปยังคนร้ายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นได้ให้ผู้เสียหายแอดไลน์ชื่อ “สถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์” และคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมา คนร้ายโอนสายให้ผู้เสียหายพูดคุยกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเหตุการณ์ที่สนทนากันเป็นเรื่องจริง ซึ่งคนร้ายพูดหว่านล้อมข่มขู่ผู้เสียหายให้เกิดความกลัวว่าจะต้องถูกดำเนินคดี โดยผู้เสียหายต้องโอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

พล.ต.ท.วิวัฒน์กล่าวอีกว่า จากพฤติกรรมของคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มคนร้ายหลายครั้ง ผู้เสียหายเห็นว่าผิดปกติ เชื่อว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง จึงแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบรับแจ้งความออนไลน์ เรื่องขบวนการคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ พบความเชื่อมโยง 11 Case ID เสียหายรวมกว่า 1,876,000 บาท

Advertisement

ผบช.สอท.กล่าวว่า วันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรับแจ้งจากสายลับ พบหญิงที่มีรูปพรรณสัณฐานตรงกับ น.ส.ปราถนา จึงเดินทางไปตรวจสอบและเข้าจับกุมในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน”

พล.ต.ต.อำนาจกล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดทำบันทึกการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.5 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป