4 จนท.ดับเพลิงบวชหน้าไฟให้ ‘น้องเบนซ์’ ขอทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับสังคมต่อ พ่อเผยอยากให้ลูกเห็นกลับมาแข็งแรงแล้ว ด้านพี่ชายระบุไม่โกรธใคร เข้าใจเรื่องถังดับเพลิงเหตุสุดวิสัย
จากกรณีการเสียชีวิตของ นายขุมทอง หรือ น้องเบนซ์ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถังดับเพลิง Co2 ระเบิดภายในโรงเรียนราชวินิตมัธยม ถนนพิษณุโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ นายขุมทอง พระราชทานพวงมาลาหลวงวางหน้าหีบศพ และทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ตั้งแต่วันที่ 24-26 มิถุนายน 2566 และพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ เวลา 17.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่วัดแคนางเลิ้ง นายสมเจน ชูทอง หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสน นำเจ้าหน้าที่ดับเพลิงชุดครูฝึกสาธิต รวม 4 นาย เข้าอุปสมบทหน้าไฟให้กับน้องเบนซ์ โดยมี ท่านเจ้าคุณพิพัฒน์วราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดสุนทรธรรมทาน (แคนางเลิ้ง) เป็นผู้อุปสมบทให้

นอกจากนี้ ยังมีน้องชายของน้องเบนซ์ร่วมอุปสมบทสามเณรอีก 2 คน รวมเป็น 6 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นายเป็นหนึ่งในชุด 7 นายที่เป็นชุดฝึกสาธิตให้กับนักเรียน ร.ร.ราชวินิตมัธยม โดยเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นายยังมีสีหน้าเคร่งเครียด
นายสมเจนกล่าวว่า การอุปสมบทหน้าไฟครั้งนี้เป็นความประสงค์ของคณะครูฝึกที่ร่วมกิจกรรมวันเกิดเหตุ ตนจึงติดต่อทำเรื่องบวชให้ ซึ่ง ณ ปัจจุบันอะไรที่ทำแล้วเกิดประโยชน์ และเป็นสิ่งที่ดีเราจะทำให้เต็มที่ที่สุด และเพื่อให้ชุดครูฝึกเกิดความสบายใจ
“เราอยากขอโทษผู้เสียชีวิตและน้องๆ นักเรียน รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบทุกๆ ท่าน หลังจากนี้พวกเราจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ขอให้น้องเบนซ์ได้รับรู้ เข้าใจในเจตนารมณ์ของพวกเรา
“ส่วนเจ้าหน้าที่ดับเพลิง หลังจากนี้เราจะทำสิ่งที่ดีที่สุด อะไรที่ทำแล้วเกิดประโยชน์ต่อสังคมเราก็จะทำต่อไป ส่วนเรื่องสภาพจิตใจของเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสนก็ยังคงต้องดูแลกันต่อไป ทั้งนี้ ขอตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนและสังคมต่อไป” นายสมเจนกล่าว

เวลา 09.10 น. ที่ศาลา 4 วัดแคนางเลิ้ง พ่อแม่ และ พี่น้องของน้องเบนซ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
พี่ชายน้องเบนซ์เปิดเผยว่า การที่ชุดครูสาธิตบวชให้น้องเบนซ์นั้น ทุกอย่างดูที่การกระทำ ไม่ต้องมีคำพูดอะไรเยอะ และทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่สามารถโทษใครได้เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย น้องเบนซ์แค่อยู่ตรงนั้นในช่วงเวลานั้น ถามว่าเสียใจไหม ก็ยอมรับว่ายังเสียใจแต่ไม่เคยโกรธใคร และไม่สามารถโกรธใครได้ เพราะมันลอยมาหาน้องเบนซ์เอง น้องไม่สามารถกลับมาได้ เมื่อตนกลับไปที่ห้องก็อยู่เพียงลำพังคนเดียว พอแม่ไปอยู่ด้วยก็ไม่เหมือนอยู่กับน้อง
แม่น้องเบนซ์กล่าวว่า ดีใจที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงตั้งใจบวชให้น้องเบนซ์ ตอนนี้อยากให้น้องเบนซ์รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าน้องเห็น หรือดูอยู่ น้องจะรู้ว่าพระองค์ท่านมีเมตตาขนาดไหน ทุกหน่วยงาน ทุกคนที่เกี่ยวข้องรักน้องมากขนาดไหน ทำเพื่อน้อง ดูแลซัพพอร์ตทุกๆ อย่าง ขอขอบคุณมากๆ
ด้านพ่อน้องเบนซ์เปิดเผยว่า รู้สึกจุกอก พูดอะไรไม่ออก ขณะที่ตนหายป่วยกลับมาเดินได้ อยากกลับมาทำให้น้องเบนซ์มีความสุข
“อยากให้เห็นว่าพ่อกลับมาแข็งแรงแล้ว ทำทุกอย่างที่ลูกบอก และให้ทุกอย่างที่ลูกขอ อยากให้ลูกเห็นว่าพ่อแข็งแรง พ่อออกจากโรงพยาบาล ตอนนี้พ่อทำได้แล้วนะ” พ่อน้องเบนซ์ระบุ

