วันที่ 24 ธันวาคม เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บ้านในหมู่ 1 บ้านแกดำ ต.แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม นางศกุนตรา นนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ภาค 2 สังกัดกรมสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองทุนยุติธรรมเดินทางมาพบนายทองสุก พันชมพู อายุ 80 ปี และนายเดิน จันทกล อายุ 70 ปี ทั้งคู่เป็นคู่เขยกัน ถูกจับในข้อหาลักลอบตัดไม้พะยูงในที่นาของตนเองจนเป็นข่าวดังในโลกโซเชียล โดยทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาร่วมกันทำไม้หวงห้าม (ไม้พะยูง) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีท่อนไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา
นางศกุนตรากล่าวว่า ทางกองทุนยุติธรรมได้พูดคุยกับคุณตาและญาติถึงแนวทางการช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรม โดยจากการพูดคุยได้ข้อสรุปว่า ทางคุณตาและญาติอยากให้ช่วยจัดหาทนายมาร่วมรับฟังในการในปากคำในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งตามกฎหมายสามารถทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1 รัฐมีหน้าที่จัดหาทนายความให้ พร้อมดูแลในเรื่องของระหว่างที่ถูกจับกุมนั้น เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยสำนักงานยุติธรรมจังหวัดมหาสารคามได้เตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อขออนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามในการประกันด้วย โดยใช้หลักทรัพย์ของรัฐเป็นเงินคนละ 80,000 บาท รวม 160,000 บาท ไปประกันตัวคุณตาที่ศาล โดยให้ผู้ใหญ่บ้านถอนหลักประกันออกไป เพื่อจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบตรงนี้ให้รัฐดูแลแทน
ทั้งนี้ ตามหลักกฎหมายอาญานั้น ในคดีของคุณตาจะถูกสั่งฟ้องหรือศาลจะพิพากษาตัดสินอย่างไรไม่สามารถก้าวล่วงได้ แต่โดยหลักกฎหมายอาญาคือต้องมีการกระทำและเจตนาที่ครบองค์ประกอบความผิด โดยหลักหากขาดเจตนาก็ถือว่าความผิดไม่สมบูรณ์

