อ.มธ สนันสนุนแนวทางการนำขยะ ไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ตามแผนนโยบายฉบับที่ 2 – พร้อม มีกระบวนการนำร่อง รีไซเคิลแบตฯ ลิเทียม
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน ที่ห้องประชุม 107 ชั้น 1 อาคารคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีที่ 89 มีการจัดปาฐกถาทางวิชาการ โดย กีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2565
ศ.ดร.นุรักษ์ กฤษดานุรักษ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “ขยะ นโยบายรัฐที่ควรไปต่อ” ว่า ขยะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1.ขยะมูลฝอย 2.ขยะแบตเตอรี่รูปแบบอุปกรณ์ไฟฟ้า จึงเป็นที่มาว่ารัฐบาลควรไปต่อเรื่องขยะอย่างไร จริงๆ มาตรการของรัฐบาลมีอยู่แล้ว อยากส่งเสริมและได้เข้าไปพูดคุยเพื่อดึงความคิดของเราไปเป็น 1 ในนโยบายของรัฐบาลให้ได้
ขยะปกติมีการกำจัดคือ ทำการเอาน้ำออกที่ใช้เวลานานระดับหนึ่ง แล้วดึงเพื่อไปเผาไหม้ ความร้อนที่ได้จากการเผาก็เอาไปผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งขยะเปียกนั้นใช้เวลาในการหมักและส่งกลิ่นรบกวน ดังนั้นประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าแบบนี้ไม่เพียงพอต่อการใช้งานจริง ตั้งแต่ช่วงเกิดการรัฐประหารเป็นต้นมา มีนโยบาย “แก้ปัญหาขยะขึ้นมา” ซึ่งส่งผลดี แต่นโยบายฉบับแรกดำเนินไปแค่ระยะหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่คาดหมาย เพราะว่าเป็นจุดเริ่มต้น ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็เคยมีแนวทาง ตั้งโรงไฟฟ้าจากขยะ และมีการประท้วงกันระดับหนึ่ง ซึ่งตนก็อยู่ในนั้นด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็มีข้อจำกัดที่ว่า ถ้าโรงไฟฟ้าไปตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำตามที่ระบุในกฎกระทรวง ก็ไม่สามารถตั้งได้
“อย่าพยายามมองว่าถ้าทำเท่านี้พอแล้ว ให้ทำมากขึ้น ก็จะมีการจัดการมากขึ้น” ศ.ดร.นุรักษ์กล่าว
ศ.ดร.นุรักษ์กล่าวต่อว่า สำหรับ “ขยะแบตเตอรี่” เห็นได้ว่า ลักษณะแบตเตอรี่มีความแตกต่างกัน ปัญหาคือ จะเก็บ ขนส่ง และกำจัดแบตเตอรี่เหล่านี้อย่างไร เพราะเป็นขยะที่มีอันตราย

ในตอนหนึ่ง ศ.ดร.นุรักษ์ กล่าวถึงรัฐบาลว่า ควรดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะของประเทศ ฉบับที่ 2 คือ 1.ควรนำขยะมาผลิตกระแสไฟฟ้ามากขึ้น เมื่อไปหาข้อมูลจะพบว่า ขยะชุมชน ถูกใช้ถึง 60 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ ในส่วนของขยะอุตสาหกรรมเริ่มมีบ้างแล้ว เอามาเผาซึ่งมีอยู่ 10 แหล่ง ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ยังช้านิดหนึ่ง ยกตัวอย่างประเทศจีน มีโรงขยะไฟฟ้ากว่า 500-600 โรง ประเทศไทยมีอยู่ที่ 30 โรง ซึ่งในจีนสามารถดึงขยะของชุมชนไปเผาได้มากกว่า 72% เป็น 720,000 ตันต่อวัน ปกติวันหนึ่งเราใช้ขยะประมาณ 1,600 ตันต่อวัน ในการผลิตไฟฟ้าให้ได้ 1 เมกะวัตต์ แสดงให้เห็นว่าจีนมีการจัดการขยะที่ดี
ถ้าประเทศไทยทำได้ คือจะดึงขยะที่อยู่ตามแลนด์ฟิลล์ เอาขยะแห้งไปไว้ในส่วนของขยะได้ดีมากขึ้น และรัฐบาลควรเปิดโอกาสและร่วมกับหน่วยงานกระทรวงพลังงานและกระทรวงมหาดไทย เอาขยะตามอำเภอต่างๆ แล้วกลายไปเป็นโรงงานไฟฟ้าจากขยะ ซึ่งสามารถผลิตได้ตั้งแต่ 0-10 เมกะวัตต์ขึ้นไป ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนแล้ว แต่ติดตรงที่ว่าจะไปหาที่ไหน และพื้นที่ที่จะตั้งต้องไม่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
2.คือนโยบายขยะประเภทเปียก ทำให้เป็น Biocrude/ Biochar เพื่อให้สนับสนุนโครงการของรัฐคือ Bio-Circular Green economy ที่รู้จักันใน BCG
ทั้งนี้ ศ.ดร.นุรักษ์เผยว่า อยากให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นจุดเริ่มต้นในการแยกขยะ ต้องเริ่มปฏิบัติทั้งฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายชุมชน ต้องเริ่มส่งเสริมและให้ความรู้กับชุมชนมากขึ้น ฝ่ายอุตสาหกรรมเราได้มีโอกาสเข้าพูดคุยเมื่อต้นปีพบว่า น่ายินดีมาก เพราะลงราชกิจจานุเบกษาให้แบตเตอรี่ลิเทียม และได้ปรากฏในกระทรวงอุตสาหกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อ่านข่าว :
- ‘มูลนิธิสิทธิอิสรา’ คว้าโล่เกียรติยศ ‘ชลิตา’ ยกคำกล่าว ราษฎรคือที่พึ่งสุดท้าย ‘ยุกติ’ ชี้ เรายังไม่ทะลุเพดาน
- ‘เกศินี’ ลั่น บริหารแบบไทยๆ แต่คุณภาพคับแก้ว จ่อจัดใหญ่ ‘มธ.สู่ปีที่ 90’ ผลิตลูกศิษย์ ยืนเด่นในเวทีโลก
- ‘มธ.สอนให้กล้าฝัน’ นายกอมธ.ยัน คำว่า ‘ไกล’ ไม่มีในพจนานุกรม 89 ปี ปลุกสังคมตื่นตัวการเมือง
- ปริญญา คาใจแรงไปไหม ‘เผลอเล่นพนัน’ ก็เป็นอาชญากรได้? ต้องตั้งหลักใหม่ แยกความผิดเล็ก-ใหญ่

