บิ๊กโจ๊ก ลั่น ‘วันนี้ผมล้างท่อหมดแล้ว’ เผยแผน Big Data โบกมือลาระบบมือจด

28.06.23 | 04:20 น.

บิ๊กโจ๊ก ลั่น ‘วันนี้ผมล้างท่อหมดแล้ว’ เผยแผน Big Data โบกมือลาระบบมือจด

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ห้อง 322 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แถลงข่าว “การเปลี่ยนแปลงระบบทะเบียนประวัติอาชญากรเพื่อคุ้มครองผู้บริสุทธิ์” โดยในตอนหนึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้กล่าวถึงประเด็นของการลบทะเบียนอาชญากร ที่สื่อมวลชนกำลังเจาะจงไปถึงคดีจราจรเรื่องรถชน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ทะเบียนประวัติท่านไม่ต้องกังวลใจ ทะเบียนประวัติส่วนที่เราลบประวัติ คือ ศาลพิพากษาจำคุกอัตราโทษไม่เกิน 1 เดือน ส่วนนี้เราจะลบประวัติให้เขา แต่ว่าเรามีฐานข้อมูลอยู่ในระบบที่เราจะใช้ประกอบการสืบสวน และใช้ประกอบในการอนุมัติการขออนุญาตต่าง ๆ เช่น ขออนุญาตมีปืนไว้ในครอบครอง อันนี้เป็นฐานข้อมูลเพื่อคุ้มครองสังคมนี้ให้ปลอดภัย ไม่ใช่ว่าเราลบแล้วหายไปเลยเพียงแต่เราคืนสิทธิ์ให้เขา ให้เขาได้กลับคืนสู่สังคมได้

“ท่านอาจจะถามว่าถ้าเป็นลูกเศรษฐีรถชนไปชนเขาตาย ผมเข้าใจ คือ คดีจราจรต้องเข้าใจก่อนว่าเป็นคดีที่เกิดจากความประมาทไม่ได้เจตนาจะไปชน หรือไปฆ่าเขา แต่ว่าศาลท่านจะพิจารณา เช่น เมื่อขึ้นศาลคุณชดใช้หรือเปล่า คุณชนเขาพิการคุณได้มีการช่วยเหลือเยียวยาจ่ายค่าสินไหมเขาไหม ถ้าคุณสำนึกผิดแล้วคุณชดใช้เยียวยาเขา จนเขาพอใจ แล้วเขามาแถลงศาลว่าเขาไม่ติดใจ อย่างนี้ศาลก็จะใช้ดุลยพินิจในการรอลงอาญาหรืออะไรต่าง ๆ เหมือนที่เราเห็น แต่ว่าหลักการแม้ว่าจะเป็นลูกผู้ใหญ่ ลูกคนดี หรือลูกคนยากจน ก็ต้องใช้หลักการเดียวกัน” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เรารักษาสิทธิ์ให้ท่านโดยการที่ท่านสามารถประกอบอาชีพได้ เวลามาขอคัดประวัติประวัติก็จะไม่โชว์ว่าท่านเป็นอาชญากรหรือเป็นบุคคลที่ทำงานไม่ได้จนกว่าท่านจะสู้คดีในศาลแล้วแพ้หรือชนะ เพราะฉะนั้นเราจะคุ้มครองท่านในส่วนนี้ วันนี้ 9 ล้านกว่าราย เราเคลียร์หมดแล้ว ลบไปแล้ว เพราะฉะนั้นของใหม่ก็จะไม่สะสม

Advertisement

“ของใหม่ไม่สะสมคืออะไร เราจะทำ Big Data เชื่อมระหว่างสำนักงานอัยการและศาล ต่อไปตำรวจไม่ต้องมานั่งจด เพราะว่ามันเป็นคดีที่มันค้างนมนาน วันนี้ผมล้างท่อไปหมดแล้วก็ใช้เวลา 18 เดือนล้างท่อไปหมด ให้ลูกน้องไปที่ศาล ต้องไปคัดคำสั่งมาซึ่งลำบากยากเย็นแสนเข็ญแต่ถือว่าคุ้ม เพราะประชาชนได้ประโยชน์ แล้วก็งานก็ไปค้างที่โรงพัก วันนี้โรงพักนี่ไม่มีค้างแล้วนะ แต่สิ่งที่จะต้องทำต่อไปเมื่อตำรวจทำแล้ว เดี๋ยวราชทัณฑ์ก็จะทำตามในการฝากขังผู้ต้องหา

“วันนี้ท่านจะเห็นว่าผู้ต้องหาที่ถูกฝากขัง เขาอาจจะถูกขังรวมกับนักโทษต่าง ๆ อันนี้ ผมมองว่าราชทัณฑ์ก็คงจะต้องดำเนินการในส่วนนี้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักรัฐธรรมนูญ ตำรวจเราเริ่มแล้วแต่เรื่องมาตรการต่างๆ เดี๋ยวต้องมาว่ากันในประเด็นนี้” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม