วันที่ 24 ธันวาคม เมื่อเวลา 00.30 น. นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รับแจ้งจากชาวบ้านห้วยค้อ หมู่ 10 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ว่า มีช้างป่าประมาณ 10 ตัวบุกเข้าไปกลางหมู่บ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้กัน 3-5 หลัง ซึ่งมีแต่ผู้หญิง เด็ก และคนแก่ นายณรงค์จึงประสานไปยังว่าที่ ร.อ.ฤทธิกร นุ่นลอย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวชุมพร-ระนอง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว
เมื่อรุดไปตรวจสอบก็พบว่าเป็นหมู่บ้านบนเทือกเขาห้วยเหมือง มีชาวบ้านนับสิบคนที่ประสบเหตุช้างป่าแต่สามารถหลบหนีออกจากบ้าน และวิ่งหนีลงจากเขาเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร มาอาศัยบ้านญาติด้านล่างด้วยหน้าตาที่ตื่นตระหนกในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากการสอบถามทราบว่า ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา พวกตนกำลังพักผ่อนในบ้านที่อยู่ใกล้กัน 5 หลัง ได้ยินเสียงช้างคำรามอยู่ใกล้บ้าน แต่ไม่กล้าออกมาดูจึงหลบอยู่ในบ้าน เพราะคาดโขลงช้างคงอยู่ห่างบ้านไม่เกิน 50 เมตร จากนั้นก็ได้ยินเสียงทำลายพืชผลในสวนข้างบ้านอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเสียงสงบลงจึงชวนกันหนีออกจากบ้านก่อนวิ่งลงมาจากภูเขามายังบ้านญาติที่ตีนเขา แต่มีบ้านหลังหนึ่งที่มีหญิงสาว อายุ 35 ปี พร้อมบุตรสาววัย 5 ขวบไม่สามารถหนีออกมาได้ เพราะช้างยังวนเวียนอยู่รอบบ้าน จึงไม่ทราบชะตากรรม

ด้านนายฐานะ ทองสมุย หัวหน้าชุดไล่ช้าง อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวชุมพร-ระนอง กล่าวว่า มีกำลังเจ้าหน้าที่ 5 คน พร้อมผู้ใหญ่บ้านและชุดรักษาความปลอดภัย (ชรป.) ในหมู่บ้านอีก 7 คน ที่ต้องเดินเท้าเข้าไปเผชิญหน้าโขลงช้าง โดยได้ใช้ไฟส่องใส่ช้างขับไล่ให้กลับเข้าป่า เพราะที่ปกติช้างจะกลัวแสงไฟ แต่ครั้งนี้โขลงช้างไม่กลัว แต่กลับเดินหน้าพุ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่ จนทุกคนต้องหนีเอาตัวรอด คาดว่าช้างป่าโขลงนี้คงหนีน้ำป่าที่ท่วมจนทำให้ขาดอาหาร อีกทั้งยังมีลูกช้างที่เพิ่งเกิดถึง 3 ตัว จึงต้องการลงมาหาอาหารกิน และมีความดุร้ายผิดปกติ ซึ่งคงต้องรอให้ช้างหายเครียดก่อน แล้วจึงจะสามารถเข้าไปนำหญิงสาววัย 35 ปี และบุตรสาววัย 5 ขวบออกมาจากบ้านไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้ ส่วนชาวบ้านอีกประมาณ 20 คนคงยังไม่สามารถกลับขึ้นไปในบ้านในระยะนี้ จนกว่าจะไล่ช้างกลับเข้าป่าดงดิบไปก่อน

