วรงค์ ลั่น ‘ผมชนะ’ ยืนยันไม่เสียเวลาฟ้องกลับก้าวไกล สู้กันทางความคิดดีกว่า มั่นใจชนะคดีธนาธรด้วย แนะก้าวไกล-ก้าวหน้าใจกว้าง ฟังคนอื่นพูดสิ่งที่ตัวเองทำ
จากกรณีที่ ศาลอาญายกฟ้อง คดีที่ พรรคก้าวไกล เป็นโจทก์ฟ้อง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 พร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกว่า 24 ล้านบาท
คดีดังกล่าวมีการนัดฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นหลังจากที่นายพิธาและสมาชิกพรรคก้าวไกล รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีการแสดงออกว่าต้องการยกเลิกและแก้ไขมาตรา 112 เห็นว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เมื่อไม่มีความผิดตามฟ้อง จึงไม่ผิดฐานละเมิดตามกฎหมายแพ่ง ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย พิพากษายกฟ้อง
วันเดียวกัน (28 มิถุนายน) นพ.วรงค์เปิดเผยหลังฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้นว่า คดีนี้ที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ฟ้องหมิ่นประมาท พร้อมเรียกค่าเสียหาย 24,062,475 บาท ตัวเลขมาจาก 24 มิ.ย.2475 ส่วนเป็นประเด็นที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ผู้เกี่ยวข้องอย่างพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า และม็อบ 3 นิ้ว ซึ่งตนแสดงความคิดเห็นว่ามีความเชื่อมโยงสนับสนุนการล้มล้างสถาบัน
“สุดท้ายศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานและข้อเท็จจริงต่างๆ ศาลถือว่าการแสดงความคิดเห็นของผมเป็นไปโดยสุจริต ทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองตามรัฐธรรมนูญในการปกป้องสถาบันของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สุดท้ายศาลยกฟ้อง ผมชนะครับ” นพ.วรงค์กล่าว
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากฝ่ายพรรคก้าวไกลยื่นอุทธรณ์คดีต่อ นพ.วรงค์กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะทีมที่ปรึกษาได้ทำการบ้านเรื่องนี้มาดี และเป็นสิทธิของเขาที่จะอุทธรณ์ แต่อย่างน้อยก็มีความอุ่นใจในฐานะประชาชนที่เราทำหน้าที่ในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ และถือว่าทำหน้าที่สุจริตตามรัฐธรรมนูญ ส่วนคดีแพ่ง เนื่องจากเป็นคดีอาญาพ่วงกับคดีแพ่ง เมื่อศาลยกฟ้องแล้ว ศาลก็พิเคราะห์แล้วว่าไม่ต้องชดใช้ ยกฟ้องทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะมีการฟ้องกลับหรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่า เราเป็นคนไม่ชอบเท้าความ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้า ยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้งในเรื่องส่วนตัวใดๆ เพียงแต่มีความขัดแย้งในทางความคิด และอุดมการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งมีหลายประเด็นที่เราฟ้องเขาได้ แต่เราก็ไม่ฟ้อง เราฟ้องแค่คดีเดียวเท่านั้นในคดีมาตรา 112 กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เรื่องวัคซีนพระราชทาน เพราะเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้
“การเป็นพรรคการเมืองต้องใจกว้าง ผมเรียกร้องให้พรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าใจกว้าง เราเป็นตัวแทนประชาชน ประชาชนจะแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่พวกคุณกระทำก็รับฟังไปเถอะ อะไรถูกก็ถูก ผิดก็ผิด อย่าให้มาเสียเวลาขึ้นศาล แต่กลับเป็นว่าพวกเขาฟ้องพวกเราเยอะมาก ซึ่งเราเฉยๆ เสียเวลา เอาเวลาไปต่อสู้ทางความคิดดีกว่า” นพ.วรงค์กล่าว
เมื่อถามว่า นายธนาธรก็ฟ้องในลักษณะเดียวกัน มีความมั่นใจว่าจะยกฟ้องหรือไม่ นพ.วรงค์ระบุว่า ปรึกษาทนายแล้ว ทนายก็มั่นใจ เนื่องจากเป็นการไลฟ์ครั้งเดียวกัน และเนื้อหาก็เป็นสิ่งเดียวกันทั้งหมด พร้อมขอให้ประชาชนร่วมสังเกตว่าเขาแยกฟ้อง ทั้งพรรค และนายธนาธร รวมทั้งเรียกค่าเสียหายจำนวนเท่ากัน
หลังจากนั้น นพ.วรงค์ได้ชูมือขึ้นและกล่าวว่า “ผมชนะครับ” โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

