รวบหนุ่มเลือดร้อนกระซวกคู่อริดับ หลบกบดานกรุงเทพฯ หนีคดีฆ่ามานาน 18 ปีจนมุม
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ, พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.หัตถพร ทองคำ, พ.ต.ท.หัตถพล ทองคำ รอง ผกก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ธีระพงษ์ คงเขียว สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 6 กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายเอกชัย อายุ 38 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี (สมุย) ที่ 276/2548 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2548 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร” ได้บริเวณแมนชั่นในพื้นที่ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2548 นายเอกชัยและพวกได้ชักชวนเพื่อนร่วมงานไปเที่ยวร้านคาราโอเกะในพื้นที่ ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย ขณะที่นั่งดื่มกินและร้องเพลงกันอยู่ในร้านได้มีกลุ่มของผู้เสียชีวิตมาเที่ยวที่ร้านคาราโอเกะดังกล่าวด้วย จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้เกิดเขม่นกัน หลังจากร้านปิด กลุ่มของนายเอกชัยได้มาดักรออีกฝ่ายอยู่ที่หน้าร้าน เมื่อกลุ่มของผู้เสียชีวิตออกมาจากร้านคาราโอเกะ นายเอกชัยและพวกได้ใช้อาวุธเหล็กแทงและใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต ทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับนายเอกชัยและพวก ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ โดยพวกของนายเอกชัยได้ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ปัจจุบันพ้นโทษออกมาแล้ว ส่วนผู้ต้องหาได้หลบหนีไปจากพื้นที่เกาะสมุย โดยหลบหนีคดีมานาน 18 ปี
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.ได้สืบสวนจนทราบว่า นายเอกชัยได้หลบหนีไปทำงานและพักอาศัยอยู่ที่แมนชั่นแห่งหนึ่งในพื้นที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนเข้าทำการจับกุมตัวไว้ได้ จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาให้การว่า พวกของผู้ต้องหามีเรื่องทะเลาะกันบริเวณร้านคาราโอเกะ จากนั้นเพื่อนได้มาตามผู้ต้องหาให้ไปช่วย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า ต่างฝ่ายต่างชุลมุนกันอยู่แล้ว จากนั้นก็ต่างแยกย้ายกันไป

